Skip to main content

เรื่องใดที่ไม่มีในเมืองไทย ชาน่าสรรค์หามาเม้าท์ เพราะถือว่าหากโอกาสพาไป ไม่เสียหาย ทำไมจะไม่ล่ะ... ? หลายคนอยากรู้เรื่องราวความเป็นไป เป็นมา หรือแอบคิดในใจว่า "คิดได้ไง ไปหาดเปลือย ?..." บางคนอาจจะมองในแง่ลบทันใดว่า "นังนี่ต้องเป็นโรคจิตแน่เลย ...." ต่างคนนานาจิตตังนะคะ เอาล่ะค่ะให้เวลาตั้งคำถาม ก่อนที่คุณจะได้ทุกคำตอบที่ต้องการ

คนที่เข้ามาอ่านย่อมมีจุดประสงค์คืออยากจะรู้บางสิ่งที่ยังไม่รู้ แต่รับรองว่า หากอ่านเรื่องนี้แล้ว คุณได้มากกว่าที่คุณคิดซะอีกค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ต่างแดนที่ไปสัมผัสมาละกันนะคะ

  

หาดเปลือย หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Nude Beach" บ้างก็เรียกกันให้สมกับจุดประสงค์ว่า " Naturist Beach" ซึ่งเป็นหาดธรรมชาติ

 

การไปเยือนหาดเปลือยครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรกของการไปหาดเปลือย แต่เป็นครั้งแรกที่ไปเยือนหาด Haulover Beach ที่ South Beach ,Miami Florida. ซึ่งเป็นหาดเปลือยอย่างเป็นทางการของไมอามี่ รัฐฟลอริด้าค่ะ

 

เรือจะเข้าจอดที่เมือง Ft.Lauderdale รัฐฟลอริด้าทุกเจ็ดวัน คือวันเสาร์ ปกติเพื่อนชายของชาน่า (โทมัส) ก็จะมารับไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ประจำ วันนั้นจึงเอ่ยปากถามเค้าว่า "ไปหาดเปลือยกันดีมั้ย" ผู้ชายก็บอกว่า "ไปสิเดี๋ยวผมจะพาไป ผมก็ไม่รู้ว่าชาน่าอยากจะไป จึงไม่กล้าถาม เพราะเพื่อนผมเคยพาผมไปแล้ว"


ทำงานหกโมงเช้าถึงแปดโมงรีบจัดของอุปกรณ์เสริม "พร้อม" ทุกสถานการณ์ เพราะต้องกลับมาทำงานบ่ายสามโมง


โทมัสขับรถจากท่าเรือไปถึงไมอามี่ โดยถนนสาย 95 ด้วยเวลาแค่ยี่สิบกว่านาที เราก็ถึงจุดหมายปลายทาง ชายหาดทางตอนใต้ของไมอามี่ ยาวสุดลูกหูลูกตา ตึก คอนโด โรงแรม ตั้งตระหง่านอย่างสวยงามซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมมาใช้ชีวิตหนีหนาวมาสู่ "The sunshine state" เพื่อนชายของชาน่าก็มาพักร้อนในช่วงนี้ โทมัสมาที่นี่เป็นครั้งที่สองหลังจากคราวที่แล้วเคยพาเพื่อนชาวเยอรมันมาเที่ยวที่นี่ บรรยากาศสายๆ ของวันเสาร์ หลายคนรีบจองลานจอดรถในอุทยาน เพราะถ้ามาตอนบ่ายจะหาที่จอดยากมาก หลายคู่นักรักธรรมชาติหาดเปลือยทั้งชาย หญิงทะยอยกันจอดรถ ค่าจอดรถ 5 เหรียญ ชาน่าได้โทมัสเป็นไกด์พาไปเที่ยวครั้งนี้


แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่สัมผัสหาดเปลือยแต่ก็ตื่นเต้น ด้วยความที่อยากเห็นสถานที่ "เมืองน๊อก เมืองนอก" เราเตรียมอุปกรณ์อาบแดด ว่ายน้ำ ครบครัน หลังจากนั้นจึงปักหลักอยู่มุมหนึ่งซึ่งมุมนี้เต็มไปด้วยคู่เกย์ เพื่อนเกย์ โดยสังเกตได้จากพฤติกรรม และสัญลักษณ์บ่งบอกคือ สีรุ้ง โทมัสพาชาน่าไปอยู่ท่ามกลางมหาชนชาวเกย์ ตอนนั้นก็ยังอึ้งๆ งงๆ ตื่นๆ ตื่นตาตื่นใจ (แต่อย่างอื่นไม่ตื่นนะคะ) เพราะมีความรู้สึกว่า "นี่ล่ะคือธรรมชาติของมนุษย์" "Naturism is a way of life in harmony with nature, characterized by the practice of communal nudity, with the intention of encouraging self-respect, respect for others ,and for the environment." ข้อความจาก International Naturist Federation.


  


หาดเปลือยนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศอเมริกาเท่านั้น หากแต่มีทั่วทุกมุมโลก แม้แต่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เอเซียบ้านเราเค้าก็เปลือยกัน โดยส่วนตัวของชาน่าแล้วคิดว่ามันเป็นยิ่งกว่า อนาโตมี่ ที่เข้าใจว่าชาย หญิงทุกคนล้วนมีเหมือนกันหมด ทำให้นึกย้อนไปยังอดีตกาล สมัยที่มนุษย์ยังไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ อีกนัยพอเห็นคนเปลื้องผ้าแล้ว คนเราทุกคนก็เท่าเทียมกัน ไม่มีใครประดับตกแต่ง ใส่เสื้อผ้าด้วยราคาหรูหราแต่อย่างใด ทุกคนก็อยู่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งขนาดไหน ทุกคนก็คือคนเหมือนๆ กัน


หาดเปลือยแห่งนี้ไม่ได้เป็นของเกย์ หรือชายจริงหญิงแท้แต่อย่างใด ทุกคน ทุกเพศอยู่ร่วมกันได้ เพียงแต่กลุ่มชายรักชายก็อาศัยมุมสุด สุดมุมเพื่อหลีกเลี่ยง บางวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ถึงกระนั้นก็มีคู่ ชายจริง หญิงแท้เปลือยกันเรียงรายเท่ากับสามสนามฟุตบอลรวมกัน


ใครที่เคยไปมาแล้วก็อาจจะบอกว่า "โอ้ พระเจ้าจอร์จมีแต่คนแก่ๆ เหนียงยาน หย่อน ตะต่อนย้อน" อันที่จริงแล้วก็มีทุกวัยล่ะค่ะ แล้วแต่ใครจะไป ใครจะเปลือย เพราะวันนั้นอิฉันก็เห็นน้องๆ วัยสี่ห้าขวบก็เปลือยเป็นแฟมิลี่ มีคุณพ่อ คุณแม่ เปลือยเหมือนกันหมด เค้าถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เคยอ่านแมกกาซีนเล่มหนึ่งของดาราดัง เค้าบอกว่า เค้าเปลือยแต่ก็สอนให้ลูกเค้ารู้ว่าอะไร คืออะไร เป็นการศึกษานอกตำราอีกอย่างที่ไม่จำเป็นต้องอายกัน แน่นอนว่าคนสูงอายุอาจจะเยอะเพราะว่างจัดและด้วยวัยปูนนั้นแล้วเค้าคงไม่อายแล้วล่ะค่ะ


ใครใคร่เปลือย -เปลือย ใครใคร่ใส่กางเกงในก็ใส่ได้ หลายคนอาจจะตั้งคำถามในใจว่า "อ้าว ถ้าเราไปแล้วเราต้องเปลือยกับเค้ามั้ยล่ะ ? ...." เพราะเค้าบอกแล้วว่า "clothing optional beaches" คือจะเปลือยก็ได้ไม่เปลือยก็ได้ คุณมีทางเลือก แล้วแต่คุณ ไม่ได้มีกฎห้ามว่า หากคุณไม่เปลือยแล้ว "ห้ามเข้า"
และก็มีป้ายบอกเขตแดน "Persons offended by nudity should avoid entering this area" ใครที่ต่อต้านรังเกียจ ไม่ชอบการเปลือยควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในเขตแดนนี้
"Attention Beyond this point you may encounter nude bathers" โปรดระวัง บริเวณนี้คุณอาจเข้าไปหาดเปลือย ผู้ว่ายน้ำเปลือย
"Attention beyond this point swim suits or clothing required" โปรดระวัง บริเวณนี้คุณต้องใส่ชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้า เรียกได้ว่าต้องอ่านและเข้าใจกฎกติกา มารยาทของสังคม สิ่งที่ควรทำมีอะไรบ้าง...

 

Park Rules & Naturist Beach Etiquette. กฎ กติกามารยาทของหาดเปลือย

Gawking or staring is rude การจ้องหรือเพ่งเล็งถือเป็นพฤติกรรมหยาบคาย

Obey posted no loitering signs. ไม่เดินเอ้อระเหย เถลไถล บริเวณป้ายตั้งไว้

No glass containers allowed on the beach. ภาชนะที่เป็นแก้วนำเข้าไม่ได้

Clean up your area. ทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ

Do not enter or walk in the dunes. ห้ามเข้า หรือเดินบนเนินทราย

Don't use the beach as an ashtray. ห้ามเขี่ยบุหรี่ลงชายหาด

Use earphones or keep radio volume low. ใช้หูฟัง หรือเปิดเพลงเบาๆ

Ask permission before taking pictures. ขออนุญาตก่อนทำการถ่ายรูป

Dress before leaving posted Naturist area. แต่งตัวก่อนออกจากนอกบริเวณหาดเปลือย

 

The beach Ambassadors are dedicated to working with police. บริเวณชายหาดจะมีผู้รักษาการณ์และทูตสัมพันธ์ของชายหาด ซึ่งจะประสานกับทางตำรวจ และให้ข้อมูลช่วยเหลือผู้มาใช้ชายหาด

 

บางท่านอยากรู้ว่าหาดแห่งนี้ต้องเสียตังค์ค่าเข้าเท่าไหร่ ต้องบอกตามตรงว่า ที่นี่เค้าเป็นเมืองอิสระเสรี เข้าฟรี ไม่มีเสียตังค์ค่ะ ส่วนใครอยากจะร่วมสนับสนุนจ่ายตังค์เป็นค่าบูรณาการ ของกองทุนสมาคม " South Florida Free Beaches Florida Naturist Association , Inc." ก็สามารถโอนเงิน ผ่านทางบัตรเครดิตได้


หาด Haulover Beach แห่งนี้ก่อตั้งเป็นหาดเปลือยเมื่อปี คศ. 1991 ด้วยกลุ่มรักธรรมชาติ ที่เรียกตัวเองว่า Naturist กิจกรรมในหาดมีหลายอย่างอาทิเช่น กิจกรรมทางน้ำ วอลเล่ย์บอล โยนห่วง ชักกะเย่อ เป็นต้น จากการสัมภาษณ์จากกลุ่มที่มาใช้บริการหาด Haulover Park's Naturist Beach แห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 11 เดือน มกราคม ปี คศ.2004 (ห้าปีที่แล้ว) ถามว่าพวกเค้าอยู่ที่ไหนบ้าง ? มาจากต่างประเทศ 17.9 % Miami-dade 17.9% (ท้องถิ่น) มาจากรัฐอื่น 27.4 % มาจากFlorida แต่ไม่ใช่คนท้องถิ่น 6.0% Palm Beach 10.7% Broward 20.2 %

คุณคะไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ วันนั้นชาน่าไม่ได้ใส่เสื้อทีมชาติไทยไปเที่ยวหาดเปลือย ไม่ต้องกังวลว่าจะนำชื่อเสียงของประเทศไปหากิน ถึงกระนั้นก็มีเอเซียน้อยมากแทบจะนับได้คนสองคน ที่สำคัญอิชั้นก็ไม่ได้ "เว่า อู้ แล่ง" เป็นภาษาไทยให้ใครจับได้หรอกเจ้าค่ะ


หาดนี้เกี่ยวอะไรกับเกย์วิถี แน่นอนว่าประชาชนเกย์ส่วนหนึ่งมาใช้ชีวิต อาบแดด พักผ่อนที่นี่เพื่อต้องการให้ผิวสีแทน ใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ หรือไม่ก็พบปะสังสรรค์เพื่อนใหม่ มากับเพื่อนรู้ใจ เพราะหลายคนรู้ว่า พวกเราชาวสีรุ้งไม่ได้อยู่คนเดียว วันนั้นก็มีคนเข้ามาทักทาย สร้างความสัมพันธ์ รู้จักกันไว้ไม่เสียหลาย ไม่ได้มั่วแต่ได้กันอย่างทั่วถึง อุ้ย ไม่ใช่.... แค่ได้รู้จักกันแค่นั้นเอง...


อาจจะมีสักหนึ่งคนหรือเปล่าหนอที่คิดในใจว่า "แล้วยัยบ้า...ชาน่า เนี่ย หล่อนเปลือยกับเค้าหรือเปล่า" ก็ต้องตอบไปตามตรงแบบไม่อมพระมาพูดนะคะว่าวันนั้นไม่ได้เปลือยค่ะ เพราะคนเยอะ อิฉันยังปรับสภาพไม่ได้ เป็นหาดเหมือนหาดจอมเทียนคนเยอะแยะมากมายใครจะกล้าเปลือย แต่เพื่อนชายของชาน่า โทมัสเค้าเปลือยอาบแดดอย่างหนำใจ ก็แหม...ใครจะกล้าเอารถด่วนไปแลกกับหนอนผีเสื้อล่ะคะ ที่สำคัญ... "ฉันยังรักยังหวง" ไม่ยอมให้ใครมาเห็นได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็น แต่ก็เคยไปกับแฟนเก่าที่กรีซ ที่นั่นดิฉันเปลือยเพราะเป็นบริเวณ เงียบสงบ ส่วนตัว (Sanctuary) ไม่มีใครมารบกวน มีเทอเรซ โขดหิน ดิน ทราย ต้นไม้ ไหล่เขา เรานอนกลางหาดทรายให้สายลมโชย ฟังเสียงคลื่นกระแทกฝั่งดัง ๆ ได้ยินเสียงลมหายใจ ฟังเพลงเพราะ ๆ "มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลม กับสองเรา" ขอบอกว่า ... เป็นสุข สุดสุดไปเลย

ใครไม่เชื่อก็ลองได้ ณ ต่างแดนแบบไม่รู้จักใคร แต่อย่าไปลองที่เมืองไทยนะคะ เพราะมิเช่นนั้นคุณอาจจะโดนข้อหา ลามก อนาจาร เปลื้องผ้าในที่ธารกำนัล โดนปรับห้าร้อยบาทไม่รู้ด้วยนา....

 

 

 

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
  หากใครเคยชมภาพยนตร์ไทยของจีทีเอช โดย บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด เมื่อปีที่แล้ว “หนีตามกาลิเลโอ” หลายคนคงจะประทับใจเรื่องราวและการต่อสู้ ความน่ารักและการใช้ชีวิตของสองสาวไทยที่ตัดสินใจไปเที่ยวและทำงานต่างประเทศ หนึ่งคนไปเพราะอกหัก อีกหนึ่งไปเพราะสอบตก อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่สำหรับฉัน “ชาน่า” หนีไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกว่านางเอกของหนังเรื่องนี้นักเลย  สุข เหงา เศร้า คละเคล้ากันไปยิ่งกว่าละครเสียอีก    แต่ชาน่าไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แค่เกย์ที่หลายคนรู้จัก บ้างรู้จักฉันดี…
ชาน่า
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนกับชาน่าว่าในสมัยก่อนวิถีชีวิตของเกย์เป็นเยี่ยงไร วันนี้จึงหาคำตอบและเป็นความต้องการทราบส่วนตัวด้วยค่ะ เพราะว่ามีโอกาสได้ดูละครเรื่องสาปภูษา จึงใคร่รู้เยี่ยงนักว่าประวัติความเป็นมาและสังคม กฎระเบียบบ้านเมืองเป็นเช่นใด ข้าใคร่รู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
ชาน่า
  เมื่อช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ชาน่าและเพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันตามประสาเฮฮาปาร์ตี้ เพื่อนๆ ต่างไม่เจอกันมานาน มีทั้งเพื่อนชายจริง หญิงแท้และชาวหลากหลายทางเพศ
ชาน่า
"กระจกจ๋า บอกซาร่าหน่อยนะ ว่าผู้ชายคนเนี้ยะ...ใช่มะ ใช่มะ...." มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว จิ๋ม ซาร่า ท้าสัมผัส... มากับอัลบั้มชุดที่สอง "คนร่วมฝัน"   หากคุณได้ยินเพลงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นหญิงจริงหรือหญิงเทียม ไม่ว่าคุณจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างไร ชาน่ามองเธอว่า เธอคือผู้ชายที่กลายเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาอีกคน ข้อความจากเพลง “เกินห้ามใจ” ของนักร้องสาวประเภทสองที่ชื่อจิ๋ม ซาร่า หรือชื่อที่ใช้ในวงการ “สุจินต์รัตน์ ประชาไทย” ผู้ชายทั้งแท่งที่ผันตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งทิ่ม เธอผู้นี้เป็นคนไทยคนแรกที่กล้าไปผ่าตัดแปลงเพศไกลถึงดินแดนเมืองผู้ดี “อังกฤษ”
ชาน่า
  การมองโลกในแง่ร้าย การมีประสบการณ์ที่โหดร้าย หรืออยู่ในสังคมที่แย่ อาจจะทำให้คนในสังคมนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก สังคมที่ไม่มีศีลธรรม สังคมทุนนิยมที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยช่วยให้คนกลุ่มนั้นมีทัศนคติและพฤติกรรมที่กลุ่มคนดีเค้าไม่ทำกัน วันนี้อยากนำเสนอเหตุการณ์ และ ศัพท์ของเกย์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสังคมสีม่วงของเรา ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ สังคมเกย์ไทยจะน่าอยู่อีกเยอะเลยล่ะฮ่ะ
ชาน่า
  เกิดเป็นคนมีชื่อเสียง (.... อือ... อันที่จริงทุกคนล้วนมีชื่อเป็นของตัวเองทั้งน้านนน) ก็ลำบากทำอะไรก็เป็นเป้าสายตาของประชาชี จะกิน ดื่ม ขยับซ้ายก็เป็นข่าว ขยับขวาก็มองต่างมุม โดนรุมทำข่าวอีก เรียกได้ว่าสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือของธุรกิจคนขายข่าว ขายเรื่องราวแล้วยังเป็นเหมือนสินค้าตัวหนึ่งทีเดียวฮ่ะ
ชาน่า
การมองโลกในแง่ดี(เกินไป) การทำดี การให้เพื่อคนที่เรารัก เคยรัก อยากรัก สุดท้ายคนนั้นกลายเป็นคนอื่นคนไกล คนไม่รู้จัก บางครั้งมันก็ยากที่จะสาธยายได้ว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นมันเป็นไปทางทิศไหน หรือกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ สะกดคำว่า ... สายเกินไป “โดน” กับตัวเองแล้วล่ะ
ชาน่า
  เคยคิดอยากเขียนนิยาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเหมือนกัน แต่ฝีมือการเขียนยังไม่เข้าขั้น และที่สำคัญเวลายังไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องทำงานเป็นนางแบกโกอินเตอร์ ทำงานทุกวันฮ่ะ (นางแบก คือทำงานอาชีพแบกถาด บนเรือสำราญเจ้าค่ะ) สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องจริงจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชาน่า ที่เค้ากล้าเผยความเป็นเกย์ต่อครอบครัว ความจริงมันไม่เป็นเพียงแค่ความกล้า หากแต่เป็นสถานการณ์พาไป และอยากให้รับรู้ ยามเมื่อถึงเวลา เนื้อเรื่องและเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่ง เรียบเรียงโดยชาน่า ล้านนา ค่ะ
ชาน่า
ปีใหม่ก้าวผ่านมาตามวันเวลาของปฎิทิน ที่ถูกกำหนดไว้ วันเดือนปี (ใหม่) เป็นแค่กาลเวลาที่คนเรากำหนด นับจากวันที่ผมลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้ วัน เวลา และปีเป็นสิ่งที่กำหนดอายุของคนเรา ใช่มันผ่านไปแล้ว ...ผ่านไปเข้าสู่วัยกลางคน ของคน ๆ หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่บนโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใบนี้ มีหลายสิ่งที่ดีเข้ามา มีหลายคราที่รู้สึกแย่ หลากอารมณ์ที่ตัวเองสัมผัสได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบและรับรู้อยู่เสมอคือ... ความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้จิตสำนึก  
ชาน่า
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการรณรงค์ การกระทำที่ไม่รุนแรงต่อเพศหญิง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่ได้ทราบข่าว การกระทำรุนแรงต่อเพศพิเศษนั่นคือเกย์ หรือกะเทย ที่เกี่ยวข้องกับผองเพื่อนชาวเรา ชาน่าได้อ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงเว็บเกย์โรมีโอ (เว็บไซต์สังคมเกย์ที่ขึ้นชื่อของโลก) โดยคนที่เขียนมาเล่าเป็นเกย์ ที่ออกค่ายอาสากับหมอ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งมีโอกาสได้ไปหลายประเทศต่าง ๆ ขอแปลจดหมายฉบับนี้เพื่อผู้อ่านค่ะ
ชาน่า
ชาน่าชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าหากมีเวลา แต่ถ้าไม่มีเวลามากนักก็เลือกบางเรื่อง ที่สนใจและเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องฮา ฮา แม้บางครั้งบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระน่าดู...” แต่ลึก ๆ แล้วเนื้อหาบางส่วนอาจจะให้ความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากอย่างเสียไม่ได้ ลองอ่านเรื่องราวที่ชาน่าเรียบเรียงโดยได้พล๊อตเรื่องจาก เมล์ส่งต่อ แต่แต่งเติมเป็นภาษาง่าย ๆ ของชาน่านะฮะ (ดั่งเพื่อนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า ชาน่า ปั้นน้ำเป็นตัวจนแข็ง....) ... ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม น้อง ๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่อนุญาตให้อ่านนะคะ เป็นคอลัมน์เรต ฉ. เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองด้วยค่ะ
ชาน่า
  ชีวิตความรักของเกย์น่ะหรือ... หลายคนผลักดัน ยิ่งดันยิ่งดัก ยิ่งผลักเหมือนยิ่งแบกโลก เคยมีเพื่อนของชาน่าหลายคน บอกว่า ... “ฉันเชื่อเรื่องความรักของเกย์ ...ว่าคือรักนิรันดร์” แต่ “ฉัน” กลับขอค้าน ที่ค้านในที่นี้คือ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนที่เชื่ออย่างนั้นหนึ่งในนั้นคือ “ฉันเอง” ชาน่า