Skip to main content

รุ่งเช้าตื่นมา อากาศเย็นค่อนไปถึงหนาว ในขณะที่คณะที่มาด้วยกันยังนอนหลบกันอย่างเมามันจากอาการเพลียเพราะการเดินทาง ผมเดินลงไปในห้องครัวเผื่อเจออะไรที่ทานได้บ้าง หน้าห้องครัวเจ้าของบ้านได้ติดรูปคนในครอบครัว รูปลูกชายสองคน ที่ผมแปลกใจคือมีรูปหนึ่งที่ไม่ใช่รูปของผู้ชาย เป็นรูปคล้ายนางฟ้ามีข้อความเขียนว่า Bless this home”  ทำให้นึกถึงบ้านคนไทยที่มีการเขียนหน้าบ้านต่างๆหลายอย่างเช่น “มั่งมีศรีสุข” บ้าง “บ้านนี้อยู่แล้วรวย” บ้าง

 


นางฟ้าและข้อความในบ้าน

 

สักพักทีมงานฝ่ายสวัสดิการตื่นและลงมาทำอาหารในห้องครัว เมื่อมีการสำรวจเครื่องใช้เครื่องครัวแล้วปรากฏว่า หม้อหุงข้าวมีขนาดเล็กเกินกว่าคณะของเราจะกินอิ่ม จึงต้องมีการหาหนทางที่จะหาภาชนะที่จะหุงข้าวซึ่งมีเพียงหม้อที่ไม่ใช่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ซึ่งไม่มีใครหุงด้วยแก๊สเป็น ผมจึงอาสาเป็นคนหุงข้าวเนื่องจากมีประสบการณ์ในการหุงข้าวด้วยฟืนมา ผมจึงมีตำแหน่งเป็นคนหุงข้าวประจำของคณะโดยอัตโนมัติ

 

พี่ทอด์ด ทองดี ได้บรรยายให้ฟังเพิ่มเกี่ยวกับเมืองสแครนตัน ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องของถ่านหิน ถ่านหินสามารถแยกชนิดใหญ่ ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ แบบนิ่ม Bituminous Coal จะเป็นสีออกเทาๆ ซึ่งพบได้หลาย ๆ ที่มากในโลกนี้ แบบที่สอง เป็นแบบแข็ง Anthracite Coal สีดำเข้ม ซึ่งพบได้มากในสองแห่งคือที่เมืองสแครนตัน กับตอนใต้ของประเทศจีน

 

ทำให้ในอดีต สแครนตันเป็นเมืองมีความสำคัญในการเดินรถไฟของอเมริกา นอกจากเป็นชุมทางแล้วถ่านหินจากเมืองนี้เป็นพลังงานให้แก่รถไฟได้เดิน ปี 1959 หรือ 50 ปีก่อนมีพ่อค้าเหมืองที่สัมปทานได้จากรัฐมาอยู่กันมากกลายเป็นย่านคนรวยของเมือง ทำให้สแครนตันช่วงนั้นมีคนเข้ามารับจ้างเป็นคนงานในเหมืองถ่านหินมาก แต่หลังจากที่บ่อเหมืองถ่านหินเริ่มหมดไป สแครนตันก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

 

เหมืองถ่านหินได้ก่อเกิดอาชีพหนึ่งในเมืองเหมืองคือ Bracker boys เป็นเด็กรับจ้างที่ต้องคอยคัดแยกขนาดของหิน รวมถึงคุณภาพของถ่านหิน หลังจากนั้นไม่นาน Bracker boys ทุกคนป่วยเป็นโรคปอดดำและเสียชีวิตสองในสามคน จึงทำให้เกิดกฎหมายแรงงานเด็กเกิดขึ้นทั่วโลกจากเหตุการณ์นี้

 

ลอร์รี่ ซึ่งเป็นพี่สาวของพี่ทอด์ดและทำงานในสถานที่ดูแลคนชรา  ทำกิจกรรมนันทนาการร่วมกับคนชราเพื่อไม่ให้เป็นโรคเหงาซึม เนื่องจากที่อเมริกาคนชราจะเป็นโรคซึมเศร้ากันมากอันเกิดมาจากการที่บางคนอยากทำงานอยู่ แต่อายุงานต้องเกษียณแล้ว บางคนลูกหลานไม่สามารถมาดูแลอยู่ใกล้ชิดได้ ทำให้เกิดความเครียดนำไปสู่โรคซึมเศร้า บางคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ บางคนถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตายก็มี

 

ลองนึกถึงที่ดีใจที่สุดในชีวิตคืออะไร” ลอร์รี่ถามสมาชิกคนชรา

ตอนที่ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย” คนหนึ่งตอบ

ตอนที่แฟนมาขอแต่งงาน” อีกท่านหนึ่งตอบ

...................ฯลฯ” ต่างคนต่างตอบนานา ลอร์รี่ได้เห็นชายคนหนึ่งยกมือขึ้น แล้วนิ้วที่มีอยู่ทุกนิ้วงอหมด

ผมดีใจที่สุดในชีวิตคือตอนที่มีการปิดเหมืองครับ”  อดีต Bracker boys ตอบ

ลอร์รี่นำกิจกรรมนันทนาการ มีบทเพลงที่ได้เล่าเรื่องชีวิตของคนงานเหมืองล่องลอยผ่านหุบหิน

 

แบกน้ำหนักวันละ 16 ตัน

ทุกวันผ่านไปสิ่งที่ได้คือแก่ลงอีกวัน

ติดหนี้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกนิด

นักบุญปีเตอร์ ท่านอย่าเพิ่งเรียกตัวกลับสวรรค์เลย

ฉันยังติดหนี้ในร้านค้าเจ้าของเหมืองอยู่.....” (บทเพลงชีวิตคนเหมือง จากคำบอกเล่าของ ทอด์ด ทองดี)

 

หลังจากปิดเหมือง บริษัทและพ่อค้าเหมืองทยอยออกจากเมือง คนสแครนตันเริ่มมีความหวังว่าบ้านเมืองของพวกเขาจะกลับมาสงบอีกครั้ง

 

แต่ในระยะเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา คนจากภายนอกที่เบื่อกับความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ๆ และมองหาเมืองเล็ก ๆ ที่สงบ เริ่มทยอยกลับมาหาเมืองสแครนตัน อีกครั้งหนึ่ง มีแก๊งต่าง ๆ เริ่มเข้ามา มีทั้งแก๊งค้ายา ที่น่ากลัวมาก มีแก๊งขับมอเตอร์ไซด์ Big bike คันใหญ่ ๆ เสียงดังรอบกรุง

 

ปัญหานี้มันเหมือนกำลังจะเกิดขึ้นที่ชุมชนปกาเกอะญอแห่งป่าสนมูเจะคี บ้านเกิดของผม เพียงพื้นที่จะยกระดับเป็นอำเภอ ความวุ่นวายที่ไม่คาดคิดก็ค่อยมาเยือนทีละอย่าง คนแปลกหน้าเข้ามามากขึ้นๆ คนที่คุ้นเคยเริ่มทำตัวแปลกขึ้น

 

เมื่อฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนดั้งเดิมในสแครนตัน ผมเองไม่มีอะไรอะไรจะเสนอ เพราะรู้สึกว่าต้องกลับไปฟัดกับสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน แต่กับสแครนตันผมมีแต่คำว่า “Bless this home

 



เกาะรั้วสนามดูเด็กแข่งเบสบอล



เด็กเอาจริงเอาจังกับการแข่งขัน



โลโก้ป้ายของผู้สนับสนุน

 

 

บล็อกของ ชิ สุวิชาน

ชิ สุวิชาน
การนอนและนอนอย่างเดียวในรถตู้ไม่ใช่เรื่องง่าย  บางทีปวดฉี่ บางครั้งปวดหลัง ทุกครั้งที่รถแวะจอดเติมน้ำมันหรือแวะทำอะไร ผมก็มักจะตื่นด้วยทุกครั้ง  จนได้รับการต่อว่าจากคนที่นั่งมาด้วยกันด้วยความเป็นห่วงว่าผมจะรับช่วงการขับรถต่อได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
ชิ สุวิชาน
คืนนี้เป็นอีกคืนหนึ่งที่คนฟังเพลงเป็นคนไทย แต่ที่พิเศษกว่าที่อื่นเนื่องจากคนไทยเป็นคนจัดงานกันเอง เป็นการจัดงาน ”Thai Festival in Texas” ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการจัดปีละครั้ง ทุกๆปีจะจัดในเดือนเมษายน แต่ปีนี้มาจัดกันในเดือนกันยายนเนื่องจากต้องการให้กิจการทัวร์ ของ Himmapan 2nd world เป็นจุดเด่นของงานในปีนี้ ภายในงานมีการขายอาหาร เสื้อผ้า ของไทย มีการจัดซุ้มนวดแผนไทยมาบริการ
ชิ สุวิชาน
จาก Houston มุ่งสู่ Dallas ระหว่างทางผมได้มีโอกาสเป็นสารถีอีกครั้ง ระหว่างทางที่ขับรถอยู่ผมก็เหลียวซ้ายและขวาบ้าง ผมเห็นตัวที่อยู่ข้างทาง วัวก็ไม่ใช่ ควายก็ไม่เชิง เมื่อเดินทางมาถึงDallas ที่ หมาย ซึ่งมีพี่น้องคนไทยรอรับ จัดแจงที่อยู่ที่กินเป็นอย่างดี “ที่นี่ มีคนปกาเกอะญอไหมครับ?” เป็นคำถามแรกที่ผมถามที่ Dallas
ชิ สุวิชาน
วันนี้ผู้หญิงได้รับอนุญาตให้ไปเดินซื้อของที่ Outlet ส่วนผู้ชายหลังจากทานอาหารเช้า ต้องเดินทางไปติดตั้งเครื่องเสียงเพื่อเล่นในเย็นวันนี้
ชิ สุวิชาน
หัวค่ำ พี่แพท นายกสมาคมไทย เท็กซัส พาไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีน  ภายในร้านมีคนเอเชียจากหลายประเทศ ทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ลาว เวียดนาม รวมทั้งพี่ไทย  แต่ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอังกฤษคุยกันยกเว้นคนเวียดนามที่ไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษในร้านนอกจากพูดภาษาของตนเอง 
ชิ สุวิชาน
การเริ่มต้นใหม่ หลังจากที่สังคยานาดำเนินขึ้น จุดหมายวันนี้อยู่ที่ร้าน Home plate grill เป็นร้าน sport club ของคนไทย ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสนามเบสบอลทีม Houston Astros ก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม ทางคณะทีมงานได้ไปเชิญชวนแฟนๆเบสบอลมาฟังดนตรีก่อนเกมจะเริ่ม ทำให้ในร้านเริ่มมีคนทยอยเข้ามา บ้างมานั่งดื่มก่อนเข้าไปดูเกมในสนาม บ้างเข้ามาซื้อเพื่อไปดื่มในสนาม
ชิ สุวิชาน
ข้าวเย็นมื้อหนักจบลง ตัวแทนสมาคมไทย-เท็กซัส ได้พาคณะไปที่พักผู้หญิงพักที่บ้านคนไทย ผู้ชายพักที่วัดไทยที่อยู่ใกล้ๆ ชื่อ”วัดป่าศรีถาวร” ซึ่งมีที่พัก มีห้องน้ำที่อยู่ในขั้นสะดวก พระสงฆ์ที่จำวัดอยู่ที่นี่เป็นกันเองนอกจากบริการที่พักแล้ว ยังให้ข้าวปลาอาหารให้ทานอีกเล่นเอาทีมงานผู้ชายต่างซึ้งไปตามๆกัน
ชิ สุวิชาน
สายๆของวันที่ 20 กันยา เราเดินทางออกจาก Austin ต่อไปเมือง Houston มีกำหนดการเล่นบ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็น เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่เล่น ตัวแทนจากสมาคมไทย-เท็กซัส ได้มาต้อนรับและพาไปดูเวทีซึ่งเป็นที่คล้ายตลาดสดหรือตลาดนัดที่เมืองไทย มีอาหาร เสื้อผ้า ของเล่น รูปร่างหน้าตาและสัดส่วนรูปร่างของคนแถวนี้ใกล้เคียงเมืองไทย เพียงแต่ไม่พูดภาษาไทย พูดภาษาสเปนมากกว่าภาษาอังกฤษ
ชิ สุวิชาน
ออกจากพิพิธภัณฑ์ Alamo เราออกเดินทางต่อไปยัง Austin ระหว่างทางแวะทานข้าวที่ร้านอาหารไทย ผมไม่ทิ้งโอกาสที่จะถามหาคนในเผ่าพันธุ์ของผม
ชิ สุวิชาน
การเดินทางยังดำเนินต่อ บทเพลงในรถยังเป็นเพื่อน มีทั้งเพลงที่ดัง มีทั้งเพลงไม่ดัง บางเพลงเคยได้ฟังมาบ้าง บางเพลงไม่เคยรู้จัก “เพลงที่ดังกว่า ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป คนที่ดังกว่าไม่ได้เก่งกว่าเสมอไป” ทอด์ดสรุปให้ฟัง “แต่อย่างผมไม่ดัง และไม่เก่งด้วย” ผมสรุปของผมในใจ
ชิ สุวิชาน
มีเวลาพัก หลังจากเล่นที่ Thai Thani Resort  วันหนึ่งได้มีโอกาสไปพายเรือเล่นที่ทะเลสาบระยะทางประมาณชั่วโมงเศษจากสแครนตั้น  รุ่งเช้า ออกเดินทางจากสแครนตั้นมุ่งสู่ตอนใต้ของอเมริกา เป้าหมายอยู่ที่ Texas ระยะทางเกือบสองพันไมล์ ขบวนรถตู้สามคัน บรรทุกทีมงานยี่สิบกว่าชีวิตพร้อมอุปกรณ์เครื่องเสียง เครื่องดนตรี เดินทางเต็มที่วันแรกจนตีสอง ทุกคนยอมแพ้ทั้งคนขับและคนนั่ง ถ้าเครื่องดนตรีและเครื่องเสียงพูดได้ ก็คงขอพักเช่นกัน จึงค้างกันที่เมือง Bristol รัฐ Tennessee
ชิ สุวิชาน
หลังคอนเสริตจบลงที่นิวยอร์ก เราเดินทางกลับสแครนตันในคืนนั้นเลย กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสี่ ทำให้หลังจากถึงที่นอนไม่เกินห้านาที เสียงกรนจากรอบข้างเริ่มดังขึ้น เหมือนมีการเปิดคอนเสริตประสานเสียง มีทั้งเสียงเบส เทนเนอร์ อัลโต โซปราโน ครบครัน กว่าผมจะหลับได้เล่นเอาฟังจนอิ่ม