Skip to main content

 

ทีมข่าวพิเศษ Prachatai Burma

คณะพี่น้องตลกหนวดแห่งมัณฑะเลย์ (The Moustache Brothers)
ทำมือไขว้กันสองข้าง เป็นเครื่องหมาย ‘ไม่รับ’ รัฐธรรมนูญรัฐบาลทหารพม่า (ที่มา: The Irrawaddy)

ก่อนนาร์กิสจะซัดเข้าถล่มประเทศกระทั่งอยู่ในภาวะวิกฤต แน่นอนว่า ความสนใจที่โลกจะจับตามองประเทศมองนั้นคือวันที่ 10 นี้ ประเทศพม่าจะมีการลงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประวัติศาสตร์ ที่รัฐมนตรีฝ่ายข้อมูลข่าวสารของพม่ากล้าพูดว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการลงประชามตินั้นเป็นประชาธิปไตยกว่าของไทย แม้ว่าแหล่งข่าวภายในรัฐฉานจะให้ข้อมูลที่ต่างไปว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญของพม่านั้น มีเพียงของรัฐบาลที่ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีฝ่ายค้าน ขณะที่ชนกลุ่มน้อยที่มาร่วมก็เป็นเพียงกลุ่มหยุดยิงที่สวามิภักดิ์รัฐบาล และไม่มีหน้าที่อะไรมากไปกว่ามานั่งฟัง เพราะรัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธข้อเสนอชนกลุ่มน้อยทั้งหมด


ภายหลังวาตภัยนาร์กิสที่คร่าชีวิตชาวพม่าไปเรือนหมื่นพร้อมผู้ประสบภัยอีกจำนวนนับแสนคน สายตาของนานาชาติเปลี่ยนไปสู่การยื่นข้อเสนอเข้าช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนของชาวพม่า โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์นั่คือ สิทธิในการเข้าถึงอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคนั้นได้ถูกไฮไลท์ขึ้นมาอย่างหนักหน่วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพของศพที่ไร้การเหลียวแลจัดการจากทางรัฐบาลถูกนำเสนอต่อสายตาชาวโลก รายงานอย่างต่อเนื่องถึงท่าทีที่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากนานาชาติรวมถึงผลักดันเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลอินโดนีเซียซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ด้วยเหตุผลว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนั้น พกเอาช่างภาพเข้าไปด้วย

รัฐบาลพม่าปฏิเสธความช่วยเหลือในด้านบุคลากร และเสนอรับเพียงเครื่องอุปโภคบริโภคเท่านั้น เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมจากชาติต่างๆ รวมถึงจากองค์การสหประชาชาติยังคงติดค้างอยู่ในประเทศไทยจำนวนมากเพื่อรอการอนุญาตให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกันก็ปรากฏข่าวว่า ทหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกักตุนเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับบริจาค และเริ่มนำสิ่งของเหล่านั้นออกขายในราคาแพง

Debbie Stothard, Coordinator ขององค์กร Altsean-Burma (Alternative ASEAN Network on Burma) แสดงความวิตกต่อสถานการณ์รัฐบาลพม่าช่วยเหลือชาวบ้านชนิดแทบจะไร้การจัดการว่า ถ้าไม่ยอมให้มีการช่วยเหลือจากนานาชาติผู้เสียชีวิตอาจมากถึงหลักล้าน รัฐบาลทหารพม่ามีเวลา 24 ชั่วโมงในการเตือนแต่ไม่ทำอะไร ถ้าเตือนล่วงหน้าจะไม่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ และนี่ถือเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก เพราะนานาชาติไม่สามารถติดต่อผู้คนข้างใน หรือจับตาการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลพม่าใดๆ ได้เลย

เหนือสิ่งอื่นใด การลำดับความสำคัญของรัฐบาลทหารพม่ายังคงไม่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม นั่นคือพยายามผลักพม่าไปสู่การเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักประกัน

รัฐธรรมนูญ - วาระแห่งชาติ: เดินหน้าต่อไปแม้ประสบภัยนาร์กิส

เมื่อพิจารณาจากมาตรฐานที่รัฐบาลพม่ากระทำมาโดยตลอด การให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงของรัฐบาบลทหารมากกว่ากว่าสวัสดิภาพของพลเมืองไม่ใช่เรื่องเหลือความคาดหมายของประชาคมโลก แม้ว่านายบันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติจะออกมาวิพากษ์การจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาลพม่าที่กลับหัวกลับหางกับประชาคมโลกขณะนี้ว่า รัฐบาลพม่าควรหันไปใส่ใจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบพิบัติภัยมากกว่าจะให้ความสำคัญกับการลงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของเลขาธิการยูเอ็นอยู่ที่ความตระหนักในความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของชาวพม่าในห้วงเวลาที่เป็นโศกนาฏกรรรมของชาติ

อย่างไรก็ตาม วันที่ 10 พ.ค. นี้ การลงประชามติยังคงเดินหน้าต่อไป ตามกำหนดการเดิม ยกเว้น 7 เมืองในเขตอิระวดี และ 40 เมืองในเขตย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเขตประสบภับพิบัติ การลงประชามติจะถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 24 พ.ค. นั่นคือประชาชนในเขตพิบัติภัยจะมีเวลาในการเตรียมตัวลงประชามติเพิ่มขึ้น 2 สัปดาห์!!!

ชาวพม่าต้องเตรียมอะไรก่อนไปลงประชามติ


ภาพถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาที่ผ่านมา โดยป้ายนี้เขียนว่าการลงมติ ‘เห็นชอบ’ เป็นหน้าที่ของพลเมืองแห่งวันนี้
ขอให้พวกเราลงมติ ‘เห็นชอบ’ เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ป้ายนี้ติดตั้งที่ศาลากลางเมืองย่างกุ้ง (ที่มา: Ko We Kyaw/Prachatai Burma)

ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกตีพิมพ์จำนวน 200,000 ชุด เพื่อ ‘ขาย’ในราคา 1,000 จ๊าด (ประมาณ 33 บาท) ให้กับผู้ที่สนใจจะอ่านทำการบ้านก่อนไปลงประชามติ

ผลการสำรวจความเห็นก่อนการลงประชามติ โดยองค์กรความร่วมมือผู้สื่อข่าวพม่า 10 องค์กร ซึ่งทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิลงประชามติ 2,000 คนทั่วประเทศ พบว่า 69 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างไม่เข้าใจว่าในรัฐธรรมนูญนั้นมีเนื้อหาว่าอย่างไร  ทั้งนี้ แม้จะปราศจากความเข้าใจต่อรัฐธรรมนูญที่ตนเองกำลังจะไปลงประชามติ แต่ 83 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างก็คิดจะไปลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ โดยในจำนวนนี้วางแผนที่จะโหวต ‘No’ 66.4 เปอร์เซ็นต์

ผลของโพลล์ที่ทำโดยผู้สื่อข่าวกับผลการลงประชามติจริงๆ จะไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม แต่ไม่ยากเกินคาดว่า ผลของโพลล์นั้นอาจจะไม่ได้สะท้อนสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อพิจารณาจากการลงประชามติล่วงหน้าในหลายๆ เมือง


โฆษณาทางโทรทัศน์ช่อง MRTV ของพม่า เชิญชวนประชาชนไปลงมติ ‘รับ’ รัฐธรรมนูญ
เป็นการโฆษณาชวนเชื่อแบบชัดๆ เคลียร์ๆ ไม่มีอ้อมค้อม (ที่มา: Ko We Kyaw/Prachatai Burma)

เมื่อเบนสายตาออกมาจากผลโพลล์ เราก็จะพบว่ารัฐบาลทหารพม่าจัดรณรงค์ให้ประชาชนออกเสียง ‘รับ’ รัฐธรรมนูญทุกวิถีทาง เช่น มีนายพลใน SPDC (state for peace and development council-สภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ) หรือ เลขาธิการ USDA (สมาคมสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา- union solidarity for development association) ในระดับท้องถิ่นระดมประชาชนมาฟังการปราศรัยให้ ‘รับ’ โดยสำทับว่าถ้า ‘ไม่รับ’ ในอนาคตจะมีปัญหา

ทั้งนี้ รัฐบาลมีฐานคะแนนเสียงอยู่ในมือจำนวนหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มคนถือสัญชาติจีนที่อยู่ในพม่าจะได้บัตรประชาชนชั่วคราว เพื่อลงมติ ‘รับ’ มีการสอนนักโทษในคุกตำรวจให้โหวต ‘รับ’ แล้วปล่อยตัวเป็นอิสระหลังลงมติ ผู้สูงอายุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้จะลงมติ ‘รับ’

กรณีเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบธุรกิจ ต้องลงมติรับไม่เช่นนั้นจะถูกยึดใบอนุญาตดำเนินกิจการ

ขณะเดียวกัน คนบางกลุ่มมีสิทธิลงมติล่วงหน้าได้หลายครั้ง เช่น กลุ่มทหารตำรวจที่ได้ลงมติไปแล้วเมื่อ 24 เม.ย. กลุ่มนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวให้ไปลงมติ ‘รับ’ เมื่อ 29 เม.ย. ก่อนปล่อยตัว ข้าราชการพม่าที่ได้รับการแนะนำให้ลงมติ ‘รับ’ กลุ่มพ่อค้า คนงาน ที่ต้องเดินทางไกลเพื่อมาทำงานในเมือง ก็ถูกรัฐบาลสั่งว่าถ้าการลงคะแนนล่วงหน้าไม่ ‘รับ’ จะไม่สามารถออกบ้านได้

นอกจากนี้ยังมีวิธีการหลอกล่อที่เหนือชั้นกว่า ‘รับก่อนแก้ทีหลัง’ ของบ้านเรามาก เช่น เจ้าหน้าที่รัฐบาลบอกให้ประชาชนมาดูวิธีการกากบาทออกเสียง โดยให้ติ๊กเครื่องหมายถูกลงบนบัตร แล้วบอกประชาชนว่าไม่ต้องมาลงเสียงในวันจริง แล้วก็เอาบัตรที่การับรองนั้นไปนับเป็นคะแนนเสียงจริงเสียเลย

‘ความลับ’ ในการลงประชามติล่วงหน้าที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้น ไม่มีอยู่ในหลักการพื้นฐานในการใช้เสรีภาพทางการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐต้องลงมติต่อหน้าผู้บังคับบัญชา และประชาชนก็ต้องลงประชามติต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ

บัตรประชาชนอยู่ในฐานะของแลกเปลี่ยนที่ทรงคุณค่ายิ่ง เนื่องจากในภาวการณ์ปกติ ยากยิ่งนักที่กลุ่มชาติพันธุ์จะได้รับบัตรประชาชน แต่เพื่อการลงประชามติครั้งนี้ รัฐบาลพม่าได้เร่งทำบัตรประชาชนให้กลุ่มชาติพันธุ์ใน ‘เขตหยุดยิง’ ซึ่งทำการตกลงสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลทหารพม่าแล้ว แม้ว่าบัตรประชาชนนี้จะเป็นแบบ ‘ชั่วคราว’ เพื่อการลงประชามติก็ตาม ทั้งนี้ ความหมายอย่างสำคัญของการมีบัตรประชาชนก็คือเสรีภาพที่เพิ่มขึ้นอีกนิดในการเดินทางออกนอกพื้นที่ของตัวเอง อย่างน้อยที่สุด เมื่อมีบัตรประชาชน พวกเขาจะสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้

ทำไมต้องเดี๋ยวนี้
ความสมเหตุสมผลของการมุ่งหน้าเรื่องการลงประชามตินี้อยู่ที่ไหน เหตุใดมันจึงสำคัญกว่าชีวิตผู้คนเรือนหมื่นเรือนแสนที่ประสบทุกขภัยอยู่ขณะนี้ รัฐบาลทหารพม่าอาจจะตอบกลับมาว่า ก็นี่ไม่ใช่หรือที่พวกคุณต้องการและเรียกร้องเรามาอย่างยาวนาน

การลงประชามติถือเป็น 1 ใน 7 ขั้นตอน Road Map ประชาธิปไตยพม่า โดยร่างรัฐธรรมนูญกันมาตั้งแต่ปี 1993 และสิ้นสุดในปี 2007


ขณะที่ย่างกุ้งกำลังวุ่นกับพายุไซโคลนนาร์กิสที่ขึ้นฝั่งตั้งแต่หัวค่ำของวันที่ 2 พ.ค. แต่การรณรงค์โหวตรับรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าต่อไป
โดยประชาชนจำนวนมากที่เมืองลัตปันพยา ใกล้กับเมืองพุกาม ทางตอนในของประเทศพม่า ถูกเกณฑ์ให้มาฟังการปราศรัยสนับสนุนรัฐธรรมนูญ
เมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา (ที่มา: Ko We Kyaw/Prachatai Burma)

สุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทย 5 ประเทศ  อธิบายว่า แม้ว่ากระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยจะต้องเริ่มจาก เสรีภาพของประชาชนหรือเสรีภาพทางการเมือง แต่รัฐบาลทหารพม่ากระโจนเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยเพิกเฉยต่อรายละเอียดเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร เพราะสิ่งที่ประชาคมโลกเรียกร้องจากรัฐบาลพม่าก็คือประชาธิปไตย และสิ่งหนึ่งที่รับรองความเป็นประเทศประชาธิปไตยก็คือการมีรัฐธรรมนูญ และพม่าก็กำลังทำสิ่งนั้นอยู่ และเพื่อจะเข้าใจว่าพม่ากำลังทำอะไรเราก็ต้องโฟกัสไปที่กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยมากกว่าที่จะไปพิจารณารายละเอียดของการลงประชามติ

ท่านทูตสุรพงษ์อธิบายบนพื้นฐานที่ว่า “ทุกคนล้วนล้มเหลวต่อกระบวนการประชาธิปไตยในพม่า ไม่ว่าจะเป็นประชาคมโลก อาเซียน หรือยูเอ็น ฉะนั้นแล้ว การลงประชามติครั้งนี้ก็จะช่วยรักษาหน้าให้กับทั้งหมดที่ว่ามาได้ โดยที่ประชาคมโลกทั้งหมดก็คงพร้อมที่จะรับผลของมันในฐานะที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่พอจะทำได้” นี่คือคำอธิบายเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ก่อนที่ประชาคมโลกทั้งหมดจะได้เห็นภาพคนพม่าจำนวนมาก จมอยู่ภายใต้ความขาดไร้ซึ่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต

โดยอาศัยคำอธิบายดังกล่าวเป็นฐานในการทำความเข้าใจต่อไป Road Map ประชาธิปไตยของพม่าดำเนินมายาวนานเกินกว่าที่รัฐบาลพม่าจะหยุดพักเพราะพายุไซโคลนที่พัดชั่วข้ามคืน แต่เงื่อนไขในการยอมรับรัฐธรรมนูญของพม่า ในฐานะที่เป็นหลักประกันการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยก็พม่าก็ทบทวีขึ้น ตามการการเพิกเฉยต่อความเป็นมนุษย์ของประชาชนพม่าอยู่นั่นเอง.....บางที นี่อาจจะไม่ใช่โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลพม่า แต่เป็นโจทย์ที่ตีกลับมายังประชาคมโลกที่เรียกร้องพม่าอย่างลูบหน้าประจมูกมาตลอดว่า จะอธิบายตัวเองอย่างไรเพื่อจะยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของพม่า ฉบับที่เป็นเครื่องยืนยันว่าพม่ากำลังเดินหน้าไปบน Road Map ประชาธิปไตยที่ทั่วโลกเรียกร้อง และก็เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ลงประชามติท่ามกลางซากศพ ผู้สูญเสีย และความเสียหายของประชาชนชาวพม่าที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้านในเวลาไม่ช้าไม่นาน




อ้างอิง

- Government sells food to disaster victims http://english.dvb.no/news.php?id=1215
- Referendum postponed in some areas http://english.dvb.no/news.php?id=1200
- UN chief criticises junta’s referendum decision http://english.dvb.no/news.php?id=1225
- UN Suspends Aid Shipment to Burma http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=11894
- ความเสียหายหลัง ‘นาร์กิส’ ภาพจากพม่าชุดล่าสุด http://www.prachatai.com/05web/th/home/12117
- ใครบอกว่าประชาธิปไตยพม่ากับไทยเทียบกันไม่ได้ http://www.prachatai.com/05web/th/home/11506
- บทวิเคราะห์ : ‘พม่า’ เรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอาเซียน http://www.prachatai.com/05web/th/home/1883

บล็อกของ หัวไม้ story

หัวไม้ story
กรณี “แดงจับแดง” ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด หรือเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวและจบกัน แต่นี่คือเป็นปัญหาท่าที และหลักการของแกนนำซึ่งไปช้ากว่ามวลชนอย่างสม่ำเสมอ
หัวไม้ story
ขอย้อนรอยความทรงจำจากปากคำของชาวบ้านภูมิซรอลอีกครั้ง ในฐานะที่พวกเขาเป็นมนุษย์ผู้ต้องเผชิญกับชะตากรรมของสงครามที่แท้จริง และบาดเจ็บล้มตายจริง จากการเปิดฉากต่อสู้
หัวไม้ story
วิธีกลบข่าวแบบบ้านๆ ไทยๆ ไม่ต้องลงทุนมากก็กลบมันด้วยน้อง M79 ลูกกระสุนสนนราคาละไม่กี่ร้อย แต่ก็ได้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งกลบข่าวคนเป็นหมื่นเป็นแสนที่ออกมาไล่รัฐบาลในขณะนี้
หัวไม้ story
สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกับข่าวการเมืองในไทยกันหนาแน่นตลอดสัปดาห์นี้ ยิ่งใกล้วันศุกร์ วันที่สื่อทั้งหลายเรียกมันว่า judgement day มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งลงข่าวและบทวิเคราะห์กันคึกคักมากขึ้นเท่านั้น ประเด็นของการรายงานของสื่อนอกเน้นหนักไปที่สองเรื่องใหญ่คือ แนวทางของคำพิพากษาที่จะออกมา กับผลสะเทือนทางการเมืองจากการตัดสินหนนี้ ทั้งต่อการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองขั้วคือเหลืองกับแดง และผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทย (ที่มาของภาพ: มังกรดำ) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2551 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว…
หัวไม้ story
เรื่อง : สิริลักษณ์ ศรีประสิทธิ์ ภาพจาก : http://urbansea09.multiply.com/photos/album/1/Por_Border_Towns  
หัวไม้ story
ทีมข่าวการเมือง พันธมิตรฯ เดินสองแนวทางทั้งการขยายพรรคการเมืองใหม่ และพื้นที่การเมืองภาคประชาชน โดยในภาพนายสมศักดิ์ โกศัยสุข รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และแกนนำ พธม.เชียงราย ร่วมพิธีตัดริบบิ้นเปิดสำนักงานพรรคเชียงราย ย่านบ้านดู่ ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เมื่อ 20 ธ.ค. 52 (ที่มา: “ก.ม.ม.” ปักธงเปิดสาขาเชียงรายสำเร็จ - หางแดงรวมตัวได้แค่ 3 ป่วนไม่ขึ้น, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 21 ธ.ค. 2552)
หัวไม้ story
ทีมข่าวการเมือง การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 10 ธ.ค. 52 (ที่มา: CBNpress) การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 10 ธ.ค. ผ่านไปอย่างเรียบร้อย โดยไม่มีเหตุยกคนมาล้อมคนเสื้อแดง อย่างที่สุนันท์ ศรีจันทรา นักวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวเชิญชวนผ่านช่องเนชั่นฯ แต่อย่างใด
หัวไม้ story
  ทีมข่าวการเมือง   องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากลหรือ TI ที่มีสำนักงานที่เบอร์ลินเผยแพร่รายงานดัชนีชี้วัดคอรัปชั่น (CPI) ประจำปี 2552 นิวซีแลนด์-เดนมาร์ก-สิงคโปร์-สวีเดน โปร่งใสสุด ไทยได้อันดับ 84 ขณะที่ผลสำรวจย้อนหลังพบว่าไทยเคยได้คะแนนดีที่สุดในปี 2548 ขณะที่ในรอบ 5 ปีมานี้คะแนนต่ำสุดช่วงรัฐบาลรัฐประหารในปี 2550
หัวไม้ story
ภาวะตลาดหุ้นและค่าเงินบาทของไทยดิ่งตัวลงอย่างฮวบฮาบเมื่อสัปดาห์ที่ ผ่านมาด้วยข่าวลือที่สื่อไทยไม่รายงานโดยตรงเลยแม้แต่สำนักเดียวว่าเป็นข่าว ลือเรื่องใด และแม้ตลาดหุ้นจะมีอาการกระเตื้องขึ้นอีกครั้งในวันสุดท้ายของสัปดาห์ แต่ภาวะความไม่มั่นใจของนักลงทุนนี้ถูกวิเคราะห์จากสื่อทั้งสองแห่งว่าเป็น ผลโดยตรงจากความผันผวนและไร้หลักยึดของการเมืองไทยที่เป็นอาการป่วยสั่งสม แอนดรูว์ มาร์แชล จากรอยเตอร์ วิเคราะห์ผ่านบทวิเคราะห์เรื่อง ทำไมพระพลานามัยของพระมหากษัตริย์จึงส่งผลสะเทือนต่อตลาดหุ้น (อ้างอิงจาก http://www.reuters.com/article/latestCrisis/idUSSP406158 อัพเดทเวลา 6.39 น. วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม)…
หัวไม้ story
กรณีนี้ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น สำหรับเรื่องที่เรียกกันว่า ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’ หากแต่เป็นกรณีแรกๆ ที่ตัดสินใจต่อสู้คดี โดยไม่รับสารภาพ และเดินหน้าสู่การอภัยโทษดังที่เคยเป็น ต่อไปนี้เป็นลำดับเวลาตลอดระยะปีกว่า เนื้อหาการต่อสู้คดีบางส่วน รวมถึงวิธีคิดของเธอจากการสนทนาสั้นๆ แบบเก็บเล็กผสมน้อย
หัวไม้ story
ทีมข่าวการเมือง     คลิปสนธิ ลิ้มทองกุลอ่านฎีกา เมื่อ 4 ก.พ. 2549 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า (ตอนที่ 1) (ที่มา: บันทึกจาก ASTV)   คลิปสนธิ ลิ้มทองกุลอ่านฎีกา เมื่อ 4 ก.พ. 2549 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า (ตอนที่ 2) (ที่มา: บันทึกจาก ASTV)   คลิปสนธิ ลิ้มทองกุลอ่านฎีกา เมื่อ 4 ก.พ. 2549 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า (ตอนที่ 3) (ที่มา: บันทึกจาก ASTV)   คลิปสนธิ ลิ้มทองกุลอ่านฎีกา เมื่อ 4 ก.พ. 2549 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า (ตอนที่ 4) (ที่มา: บันทึกจาก ASTV)