Skip to main content

นายยืนยง

ชื่อหนังสือ : ถอดรหัสอ่านเร็ว HI-SPEED READING

ผู้แต่ง : ลุงไอน์สไตน์

พิมพ์ครั้งที่ 1 : สำนักพิมพ์บิสคิต ตุลาคม 2551


 

ในกระแสหมุนโลกให้ช้า ๆ ที่ถือเป็น กระแสกลับของยุคบริโภคข้อมูลข่าวสารชนิดด่วนจี๋ เมื่อเห็นชื่อหนังสือเล่มนี้ ถอดรหัสอ่านเร็ว HI-SPEED READING ” อาจมีอันต้องสะบัดหน้าหนีชนิดคอแทบเคล็ด เพราะพวกที่นิยมหมุนโลกให้ช้าลงเหล่านี้ มักปฏิเสธอะไร ๆ ที่ปรากฎเป็นนิยามของความเร็ว แต่ก็มีข้อยกเว้น

 

สำหรับผู้ที่นิยมหมุนโลกให้ช้า ๆ แต่จำเป็นต้อง รีบดำเนินการอ่านด้วยความเร็วสูง ความรีบเร่งนี้จึงถือเป็นภาระกิจยกเว้นสำหรับสาวกนักหมุนโลกให้ช้ากลุ่มนี้ ซึ่งก็รวมถึงฉันด้วยคนหนึ่ง เพราะต้องยอมรับว่ามีหนังสือหนังหา ไล่ไปตั้งแต่หนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน พ็อกเก็ตบุ๊ค กองเป็นตั้งสูงท่วมหัวรอให้มีเวลาพอจะอ่าน นี่ยังไม่รวมการอ่านผ่านเว็บไซต์ที่ต้องอาศัยแว่นตากรองแสง ขณะที่ลดแสงสะท้อนไปในตัวเป็นเครื่องมือชนิดเดียว ที่พอจะช่วยประทังชีวิตการอ่านไปได้บ้าง และแล้วโชคก็เข้าข้างฉัน เมื่อได้พบกับหนังสือแห่งความหวังเล่มนี้

เคล็ดลับอ่านเร็วและเพิ่มพลังความจำแบบไฮสปีด

 

ทันทีที่อ่านจบ (อย่างเร็ว) ฉันก็รีบนำมาบอกเล่าใน สวนหนังสือทันที ชนิดไม่มีเม้มอีกต่างหาก แต่ก่อนอื่นมาดูวิธีการเขียนของลุงไอน์สไตน์ ที่เราคุ้นเคยกันดีว่าเป็นหนังสือแนวฮาวทู

 

เป็นธรรมเนียมไปเสียแล้ว สำหรับนักเขียนหนังสือแนวนี้ ที่ต้องมีการอธิบาย ยกประโยชน์ให้แก่สิ่งที่ตนเขียนถึง เช่น ถ้าเขียนถึงการฝึกคิดเลขให้เร็วกว่ามนุษย์ธรรมดานั้น มีความจำเป็นมหาศาลปานใด หนำซ้ำหากคุณสามารถคิดเลขเร็วกว่าคนอื่นในสังคม ประโยชน์โภคผลนับพันประการจะตกแก่คุณอย่างงดงามปานใด

 

เช่นเดียวกัน ลุงไอน์สไตน์ก็ยกยอการอ่านว่าเป็นคุณประโยชน์มากเพียงใดแก่มนุษยชาติคนหนึ่ง ๆ

แกเขียนว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า 80 – 90 % ของความรู้หรือข้อมูลข่าวสารที่คนเราต้องการ มักจะได้มากจากการอ่าน

 

ท่านธีโอดอร์ รูสเวลท์ ยังรับประกันให้อย่างองอาจ สมกับตำแหน่งหน้าที่การงานว่า ก่อนเวลาอาหารเช้า ท่านจะอ่านหนังสือให้จบ 1 เล่มเสียก่อน และยังถือเป็นวัตรปฏิบัติอันสง่างามขณะที่เข้มงวดอย่างน่ายำเกรงอีกต่างหาก

 

นอกจากอธิบายและเอ่ยอ้างให้การอ่านเป็นเรื่องของชนชั้นเป็นมันสมองของสังคมแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังมีแบบทดสอบเพื่อประเมินประสิทธิภาพการอ่านของเราด้วย มีสูตรให้คำนวณ มีแบบทดสอบการอ่าน ให้เราได้ลับมือ อีกใจหนึ่งก็จดจ่ออยู่กับเคล็ดลับอ่านเร็วที่กำลังจะเปิดเผยตัวเองในบทต่อไป ทั้งนี้ สำหรับคนที่ยึดมั่นในมารยาทการอ่านอย่างเข้มงวด คือจะอ่านตั้งแต่ต้นไปจนกระทั่งจบ ไม่มีการโกง แอบอ่านเอาเฉพาะในส่วนเนื้อหาที่ตนเองสนใจก่อน

 

และเมื่อเราได้ทำการทดสอบตัวเองผ่านบททดสอบการอ่านที่มาพร้อมในหนังสือแล้ว เราจะตระหนักว่าอันตัวเรานั้นเสียเวลาไปกับการอ่านอันเชื่องช้าอย่างมากมาย ชนิดไม่อยากให้อภัยตัวเอง เพราะว่า

จากสถิติที่เคยมีการบันทึกไว้ มี มนุษย์ที่สามารถอ่านได้เร็วขนาดมือยังเปิดหน้าตามแทบไม่ทัน

 

ไม่เท่านั้น คิม พีค อัจฉริยะออทิสติก ชาวอเมริกัน สามารถอ่านได้สองหน้าในวลาเดียวกัน และด้วยตาเพียงข้างเดียว (โอ้โห) ขณะที่อ่านเร็วผิดมนุษย์สามัญปานนั้น พ่ออัจฉริยะคิม พีค ยังสามารถจดจำและเข้าใจในเนื้อหาที่อ่านได้อย่างขึ้นใจ หรืออย่างท่านอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี แห่งอเมริกา ยังสามารถอ่านได้เร็วถึง 1,000 คำต่อนาที ซึ่งหากดูระดับความเร็วในการอ่านแล้ว ทั่นจอห์น เอฟ เคนเนดีมีความสามารถในการอ่านเร็วเข้าขั้นทะลุเทพเลยทีเดียว

 

ไหน ๆ แล้ว ลองมาดูตารางระดับความเร็วกันดีกว่า

ความเร็วเฉลี่ย (คำ/นาที) ระดับ

301 – 400 ดีเยี่ยม

201 – 300 ดี

101 – 200 พอใช้

ต่ำกว่า 100 ควรปรับปรุง

ขนาดฉันที่เคยประเมินตัวเอง (ก่อนทำแบบทดสอบ) ยังรู้สึกว่าตัวเรานี่ก็อ่านเร็วไม่ใช่เล่น แต่ที่ไหนได้

พอมาทำแบบทดสอบแล้ว คะแนนออกมาตกต่ำจนใจหาย ฉะนั้นฉันจึงมุ่งหน้าไปสู่เคล็ดลับอ่านเร็วทันที

 

เคล็ดลับอ่านเร็วมีอยู่ 5 ขั้นตอนด้วยกัน แต่หากจะยกมาให้อ่านกันสด ๆ ตรงนี้ อาจไม่เป็นการบังควร ฉะนั้นฉันจึงควรแอบเอามาสรุปกันสั้น ๆ พอเป็นกระสาย สำหรับใครที่อ่านเร็วเข้าขั้นอยู่แล้ว ก็ถือเสียว่า งานนี้เป็นการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน จะช่วยอุดหนุนบ้างก็จะเป็นพระคุณยิ่ง โฮะ ๆ

 

ใครเคยสังเกตเห็นใคร หรือตัวเองบ้างไหม ยามอ่านหนังสือจะส่ายหน้าจากซ้ายไปขวา ขวากลับมาซ้ายไปตามสายตาที่จับอยู่บนบรรทัดของหนังสือที่อ่าน เหมือนกำลังส่ายหน้าปฏิเสธอะไรบางอย่างอยู่อย่างงั้นแหละ ขอบอกเลยว่า อาการส่ายหน้าตามสายตาไปตามตัวอักษรอย่างนี้ ถือเป็นความผิดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอีกด้วย

 

เคล็ดลับการอ่านเร็วได้ระบุไว้ว่า การอ่านเร็วนั้นให้มองตรงไปข้างหน้าเท่านั้น

ใครที่เคยอ่านออกเสียงพึมพำหรือคลออยู่ในลำคอ หรือแม้กระทั่งอ่านออกเสียงอยู่ในใจก็ตามที

ถ้าอยากอ่านเร็วควรเลิกพฤติกรรมนี้เสีย เพราะมันทำให้สมองเรามัวเสียเวลาบัญชาการอวัยวะอื่น

นอกจากตา ปกติแล้วการอ่าน มีกระบวนการเริ่มที่ตารับภาพแล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง เป็นความรับรู้ แล้วส่งไปยังสมองในส่วนที่จะทำการบันทึกเป็นความทรงจำ ซึ่งมีทั้งความทรงจำชนิดสั้นและยาว หากเรามาเสียเวลาเปล่งเสียงแม้จะเป็นการเปล่งเสียงในใจก็ตาม ก็จะถือเป็นตัวถ่วงเวลาทั้งสิ้น

 

ที่ถูกต้องแล้ว เราควรอ่านทีละบรรทัด หรือถ้าได้ฝึกฝนจนคล่องแล้ว เราควรใช้สายตาให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเครื่องสแกนภาพ คือ อ่านทีละหน้า โดยไม่ต้องไล่สายตา แต่ให้โฟกัสสายตาไปที่หน้าหนังสือ ซึ่งมีประกอบด้วยประโยคแต่ละประโยค กลุ่มคำที่เราคุ้นชินและเคยได้ทำความรู้จัก โดยมันเคยถูกเก็บไว้เป็นความรับรู้ในสมองส่วนบันทึกความทรงจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่โอ้โหย...ขั้นนั้น ใครจะไปทำได้

 

ทางที่ดี เราควรเริ่มฝึกจากการอ่านแบบทีละวรรค โดยไม่ต้องพยักหน้าขึ้นลงเมื่อต้องวาดสายตาผ่านตัวอักษรทีละวรรค พอคล่องแคล่วแล้ว ก็หัดอ่านไปทีละบรรทัด โดยโฟกัสไปทีบรรทัดบนสุด แล้วไล่ลงมาสู่บรรทัดล่าง แต่มีข้อแม้ว่า อย่าเผลอขยับหน้าตามบรรทัดที่อ่าน คราวนี้พอคล่องแล้ว เราจะหัดสวมวิญญาณเครื่องสแกนภาพกันล่ะ อ่านมันไปทีละหน้า ทีละหน้า ขอให้มือเปิดพลิกหน้ากระดาษให้ทันก็แล้วกัน งานนี้ใครฝึกไปถึงขั้นแล้ว ก็เชิญตัวเองไปลงทะเบียนแข่งขันอ่านเร็วได้เลยทีเดียว

 

หากสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้หรือ ในหนังสือเขาอธิบายว่า โดยปกติแล้ว เซลล์ประสาทตาคนเรามี 2 แบบ คือ แบบกรวย กับ แบบแท่ง แบบกรวยจะกระจุกตัวอยู่กลางจอรับภาพของดวงตา ทำหน้าที่เก็บรายละเอียดตรงหน้า

ทำให้มองเห็นได้ 5 % แบบแท่งจะกระจายตัวอยู่รอบ ๆ จอรับภาพ ทำให้สามารถมองเห็นด้านข้างและด้านหลังได้ ราว 95 % ปกติเราใช้แบบกรวยอ่าน ซึ่งก็เท่ากับใช้สายตาเพียง 5 % ต้องสูญเสียโอกาสในการมองเห็นไปถึง 95 % น่าเสียดายออก ฉะนั้น หากเราโฟกัสไปที่กลางบรรทัด ให้ครอบคลุมไปจนสุดแนวซ้าย ขวาของหน้ากระดาษ โดยเฉพาะถ้ารูปแบบการพิมพ์ที่แบ่งเป็นคอลัมน์ ๆ จะใช้ได้ดีเยี่ยมกับการอ่านแบบนี้ เหมือนคนจีนกับคนญี่ปุ่นที่อ่านแบบแนวนิ่ง ต่างแต่เขากันอ่านทีละตัวอักษร

 

นอกจากเคล็ดลับเหล่านี้แล้ว เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สมาธิอันแน่วแน่ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การอ่านบรรลุวัตถุประสงค์ เพราะนอกจากอ่านเร็วอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้เข้าใจต่อเนื้อหาของหนังสืออย่างแจ่มชัดด้วย และเขาก็บอกว่า การเรียกสมาธิให้มาอย่างเร็วนั้นมีตัวช่วยชนิดหนึ่ง นั่นคือ ภาพMandala ซึ่งก็คือภาพเรขาคณิตที่ทับซ้อนและดูวกวนนั่นเอง ใครเคยดูภาพ Mandala แล้วต้องเข้าใจว่าทำไมมันจึงสร้างสมาธิได้อย่างฉับพลัน หากใครเป็นพวกสมาธิสั้น สมาธิมีแบบกระปริกระปรอย ควรพกMandala ติดตัวไว้ หากต้องการสมาธิก็ควักภาพมาดูซะ เขาว่าอย่างงั้น

 

ถึงที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม การอ่านนั้นจะช้าหรือเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้อ่านและประเภทหนังสือ

เซอร์ฟรานซิส เบคอน กล่าวว่า เราต้องรู้ด้วยว่าหนังสือเล่มที่เรากำลังจะอ่านนั้นเป็นหนังสือประเภทใด

ถ้าเป็นตำราวิชาการ ก็ต้องอ่านคนละแบบกับการอ่านวรรณกรรม

 

หนังสือก็เหมือนอาหาร บางชนิดมีไว้ชิม ละเลียด บางชนิดมีไว้ขบเคี้ยว บางชนิดไว้มีซด อันนี้เชิญพิจารณากันเองตามอัธยาศัย

 

เหนืออื่นใด หัวใจของการอ่านก็คือ การทำความเข้าใจนักเขียน นั่นเอง เพราะนักเขียนก็เขียนเพื่อสื่อความหมายบางประการ ดังนั้น หากเราจะอ่านโดยไม่ถามถึงหัวใจดวงนี้เลย จะเป็นบิดเบือนเจตนารมของการอ่านไปเสียเปล่า ใช่ไหม

 

ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นพวกนิยมช้าหรือชื่นชมความเร็ว การอ่านแบบช้าหรือเร็วก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ที่ไม่ใช่ป้ายโฆษณาติดประกาศอย่างจำกัดความว่าเราเป็นพวกช้านิยมหรือเร็วนิยม เสียหน่อย.

 

 

บล็อกของ สวนหนังสือ

สวนหนังสือ
 ‘ นายยืนยง ’ ชื่อหนังสือประเภทจัดพิมพ์โดยพิมพ์ครั้งที่ ๑ผู้เขียน ผู้แปล  : ::::::เดวิด หนีสุดชีวิต   ( I am David )วรรณกรรมแปล   /  นวนิยายเดนมาร์ก สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์ทีนกันยายน   พ.ศ.๒๕๔๙Anne Holmอัจฉรัตน์  ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตของโลกในสภาวะต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจและธรรมชาติ มนุษยชาติต่างผ่านพ้นมาแล้วซึ่งวิกฤตนานัปการ แม้แต่ในนามของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ผงฝุ่นแห่งความทรงจำเลวร้ายทั้งมวล เหมือนได้ล่องลอยไปตกตะกอนอยู่ภายในใจผู้คน ครอบคลุมแทบทุกแนวเส้นละติจูด แม้นเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงไร แต่ตะกอนนั้นกลับยังคงอยู่ โดยเฉพาะในงานวรรณกรรม เดวิด…
สวนหนังสือ
โดย ‘นายยืนยง’ ชื่อหนังสือ      :    ภาพเหมือน  ( The Portrait ) ประเภท    :        วรรณกรรมแปล จัดพิมพ์โดย    :    สำนักพิมพ์ คมบาง พิมพ์ครั้งที่ ๑    :    ตุลาคม ๒๕๔๔ ผู้เขียน        :    นิโคไล  โกโกล ผู้แปล        :    ดลสิทธิ์  บางคมบาง    จากต้นฉบับภาษาอังกฤษของ  CHRISTOPHER  ENGLISH …
สวนหนังสือ
โดย ‘นายยืนยง’ชื่อหนังสือ :    ไตร่ตรองมองหลักประเภท :                บทความพุทธปรัชญา     จัดพิมพ์โดย :    สำนักพิมพ์ศยามพิมพ์ครั้งที่ ๒ :    กันยายน  พ.ศ. ๒๕๔๓  :  แก้ไขปรับปรุงผู้เขียน :    เขมานันทะบรรณาธิการ :    นิพัทธ์พร  เพ็งแก้ว ในกระแสนิยมปัจจุบัน  แม้พุทธศาสนาจะอยู่ในรูปสภาพที่เป็นกิจการค้าความเชื่อมากมายเพียงไร  และคงไม่ต้องกล่าวถึงว่าจะมีตรายี่ห้อใดบ้าง …
สวนหนังสือ
โดย นายยืนยงเรื่อง สายรุ้ง รุ่งเยือน    สำนักพิมพ์  เคล็ดไทยผู้แต่ง ณรงค์ยุทธ  โคตรคำ ประเภท กวีนิพนธ์ฟ้าครึ้มอยู่อย่างนี้สักสองสามวันได้ เมฆขมุกขมัวเกาะกันเคว้งคว้าง พากันลอยล่องไปตามแรงลม   …ลมเย็นต้องผิวเนื้อสัมผัส รู้สึกได้ถึงลมหนาวอันสะท้านใจ  โอหนอ... ลมหนาวแรกของปลายมิถุนายน  โอหนอ... กวีนิพนธ์ถ้าเอ่ยชื่อ ณรงค์ยุทธ โคตรคำ กับลมหนาวแสนประหลาดของเดือนมิถุนายน  ชื่อนี้คงไม่คุ้นหู ไม่ว่าในกลุ่มแขนงใด ๆ แต่การที่หนังสือกวีนิพนธ์ ชื่อ สายรุ้ง รุ่งเยือน มีประโยคเปิดหน้าปกว่า  รวมบทกวีคัดสรรเล่มแรกของ ณรงค์ยุทธ โคตรคำ นั้น …