Skip to main content

เมื่อปลายปีที่แล้ว (2 ธันวาคม 2551)ได้ฤกษ์เปิดตัวหนังสือ GENDER ออกเผยแพร่เพื่อประชาชน เพื่อการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ ทั้งชายจริง หญิงแท้และโดยเฉพาะกลุ่มหลากหลายทางเพศ ซึ่งจัดพิมพ์โดย สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดเพราะเนื้อหาสาระคับเล่มเต็มไปด้วยความรู้ และบันเทิงเชิงวิชาการที่ผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา ไลฟ์สไตล์ เป็นต้น ผลงานของ นางกัลยา ลักษณเกียรติ, นางวินิดา ชวนางกูร, น.ส.เพลินพิศ พรหมมะลิ, นางนภาพร วิบูลยานนท์, นายภักดี ศรีสุวรรณ, นายสุเชษฐ นาคเอี่ยม และนายบุญยะฤทธิ์ มาบกลาง

งานนี้เค้าเปิดตัวอย่างอลังการ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยวันนั้นนายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ Gender: ความหลากหลายทางเพศซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของการรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลก (1 ธันวาคม 2551) ว่า กรมควบคุมโรคได้จัดทำแผนยุทธ์ศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ.2550-2554 โดยเน้นการบูรณาการป้องกัน ดูแล รักษา และลดผลกระทบในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เพื่อลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากที่เคยคาดประมาณ ไว้ ซึ่งจำเป็นจะต้องสร้างกระบวนการที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศที่ ปลอดภัยในการป้องกันเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่ยั่งยืน โดยบูรณาการรูปแบบวิธีการดำเนินการต่างๆ ทั้งการให้องค์ความรู้เชิงวิชาการ การทำงานเชิงสังคมทุกรูปแบบ การให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์ การช่วยเหลือด้านกฎหมาย สิทธิทางสังคม การพัฒนาศักยภาพของตนเองและผู้ทำงานเกี่ยวกับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยการสร้างสื่อที่มีสาระเนื้อหาที่ตรงใจภายใต้ฐานคิดและช่องทางการสื่อสาร ความรู้ด้านสุขภาพ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายซึ่งมีวิถีเฉพาะ อีกทั้งยังถูกตีตราและซ่อนเร้น

นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการศึกษาต่างๆทั่วโลก พบว่าประมาณร้อยละ 2-10 ของผู้ชาย เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ที่สำคัญมีหลายเหตุผลที่อธิบายได้ว่า ทำไมชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย อาจมีความต้องการทางเพศสูงชายรักหญิงหรือมากกว่าหญิง โดยที่บางคนอาจเลือกมีความสัมพันธ์แบบเปิด คือการที่ต่างคนต่างสามารถมีเซ็กส์กับคนอื่น โดยคู่ที่มีความสัมพันธ์แบบเปิดนี้มักใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ด้วยกัน ขณะที่คู่ที่รักเดียวใจเดียวมักจะหยุดใช้ถุงยางอนามัยเมื่อคบกันไประยะหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้ง 2 ฝ่ายแอบไปมีความสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกันกับคนอื่น
 

 


ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายมี แนวโน้มสูงขึ้นในปีพ.ศ.2546 ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครพบอัตราการติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 17.3 และเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 28.3 และ 30.7 ในปีพ.ศ. 2548 และ 2550 นอกจากนี้การสำรวจในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่และภูเก็ต พบว่าการติดเชื้อเอชไอวีก็มีอัตราสูงขึ้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัย กับคู่ฉาบฉวย หรือคนรักต่ำกว่าร้อยละ 50 และกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่ทำการเฝ้าระวังนี้ ยังมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันเอดส์ค่อนข้างต่ำอีกด้วย สะท้อนให้เห็นได้ว่ากลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายนอกจากจะมีความสำคัญใน เชิงสังคมแล้ว ยังมีความสำคัญในมิติเชิงสุขภาพด้วยโดยเฉพาะในด้านโรคเอดส์


ทางด้านแพทย์หญิงพัชรา ศิริวงศ์รังสรร ผู้อำนวยการโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติม ว่า การทำโครงการเสริมสร้างความเข้าใจในสุขภาวะทางเพศสำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์ กับชาย ภายใต้บริบทของการสื่อสารผ่านตัวหนังสือในลักษณะของการเล่าเรื่อง และพูดคุยด้วยภาษา และวิถีเฉพาะของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเพื่อสร้างความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากเอดส์และโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตหนังสือกึ่งนิตยสารเชิงวิชาการที่ผสมผสานความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสังคมวิทยารวมถึงมานุษวิทยาที่ตั้งใจนำเกร็ดความรู้ สู่กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศให้รู้เท่าทันเอดส์ เนื้อหาสาระประกอบด้วยการพูดคุยในลักษณะการเล่าเรื่องและโน้มนำสู่การ ปฏิบัติเพื่อการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยผ่านประสบการณ์ตรงอย่างเข้าใจของผู้ มีวิถีการดำเนินชีวิตเกี่ยวข้องกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย พร้อมสอดแทรกความรู้เพื่อ การเพื่อการป้องกันโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จำนวน 15,000 เล่ม ซึ่งหนังสือ Gender จะเป็นคู่มือ เป็นเกราะป้องกันที่ดี เป็นแหล่งความรู้ ความเข้าใจ และเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญที่เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง เพศที่สาม จะได้ร่วมมือ ร่วมใจกัน ร่วมสร้างพลังเพื่อป้องกันโรคเอดส์ให้หมดไปจากประเทศไทยและโลกของในอนาคต

 

 

 

ในวันเปิดตัวหนังสือ Gender ได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากวง Ten Eleven การแสดงคาบาเร่ย์โชว์จากทีมคุณนก ยลลดา เกริก-ก้อง สวนยศ การแสดงละครสะท้อนเกย์ โดยกลุ่มดอกไม้แห่งความบันเทิง และการเดินสายประชา- สัมพันธ์ในรูปแบบ Road Show และแจกหนังสือตามสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มชายที่มีเพศ- สัมพันธ์กับชาย เช่น สถานบริการ สถานบันเทิง สถานออกกำลังกาย รวม 5 วัน โดยมีบุคคลในวงการมากันอย่างคับคั่ง


Gender เป็นหนังสือที่น่าอ่าน และเข้าใจได้ง่าย เข้าถึงทุกเพศ
ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือเพศที่สาม แต่ละเรื่องน่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับคุณด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ขอยกตัวอย่างบางตอนเด็ด ๆ ที่กล่าวถึง อาทิ


ประวัติศาสตร์ ‘เกย์' ในไทย


คุณจะได้ทราบว่าประวัติศาตร์เกย์ในเมืองไทยเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ บอกใบ้นิดนึงเค้าเล่าว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ รัชกาลที่ 3 กล่าวไว้ว่า พฤติกรรมรักร่วมเพศของกรมหลวงรักษ์รณเรศ เสนาบดีผู้ใหญ่ว่าเป็นผู้รักสองเพศ แต่นิยมชายมากกว่า เพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับภรรยาอีกเลยตั้งแต่คลุกคลีกับนายละครที่เป็นผู้ชาย ส่วนที่วัดคงคาราม จ.ราชบุรี มีจิตรกรรมฝาหนังแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับรักร่วมเพศเช่นกัน การเริ่มต้นใช้คำว่า ‘เกย์' ในสังคมไทนมีขึ้นครั้งแรกในหน้าหนังสือพิมพ์ไทยเมื่อเดือน ต.ค. พ.ศ.2508 แต่ในด้านของความหมายนั้น หมายถึง กลุ่มชายรักชาย


ทำไมเราถึงเป็นเกย์


ซีโมน เดอ โบวัวร์ กล่าวไว้ในหนังสือ The Secound Sex ว่า "ผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่ถูกทำให้กลายเป็นผู้หญิง" เช่นถ้าเราให้ความหมายของ ‘สี' ว่าผู้หญิงต้องคู่กับสีชมพู ส่วนผู้ชายต้องคู่กับสีฟ้า แล้วเราปล่อยเด็กผู้หญิงสักคนไว้ที่เกาะแห่งหนึ่งซึ่งไม่เคยรับรู้การให้ความหมายของสีเหล่านี้เลย แน่นอนว่าเธอจะไม่เข้าใจเลยว่าสีชมพูเกี่ยวอะไรกับ ‘ความเป็นหญิง' ตัวของเราจึงเป็นผลผลิตทางชีววิทยาและสังคมที่หลอมรวมให้เป็นตัวเป็นตนเป็นคนแบบนี้ขึ้นมา

โลกของเกย์กับไซเบอร์สเปซ


ในโลกของเกย์ อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิต สังคม และวัฒนธรรมอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน แต่ไหนแต่ไร ชีวิตของเกย์ เป็นชีวิตที่ต้องเดินไปในทางแตกต่างจากจารีตประเพณี ซึ่งเป็นขวากหนามปิดกั้นความคิดอารมณ์และความปรารถนา อินเตอร์เน็ตทำให้เกย์รู้ว่าจะข้ามพ้นขวากหนามไปได้อย่างไร ทำให้รู้ว่าสังคมของพวกเขากว้างมากแค่ใหน และมีเกย์อีกจำนวนมากมายในโลกนี้ที่กำลังค้นหากันและกัน

นักบริโภคนิยมในเว็บไซต์เกย์


นักการตลาดยุคใหม่ค้นพบว่ากลุ่มเกย์เป็นลูกค้าสำคัญ และการโฆษณาสินค้าในเว็บไซต์เกย์ก็เป็นช่องทางใหม่ในการหารายได้ของนายทุน จากสมมุติฐานที่ว่าเกย์เป็นผู้บริโภคที่มีศักยภาพ เพราะเป็นผู้มีการศึกษามีรายได้สูง ชอบเทคโนโลยี ใช้อินเตอร์เน็ต มีรสนิยมการบริโภคสินค้าที่ทันสมัย และแน่นอนพวกเขาใช้ชีวิตโสด ไม่มีลูกเป็นภาระผูกพันระยะยาวปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันทางการตลาดในเว็บไซต์เกย์อย่างแพร่หลาย


ไซเบอร์สเปซกับการเปิดเผยตัว


หากอินเตอร์เน็ตเป็นมากกว่าชองทางสื่อสารของเกย์ เราอาจคิดว่ามันจะเป็นอะไรได้อีก การมีชีวิตแบบเกย์ไม่ว่ายุคสมัยใด คือการแสวงหาตัวตน อินเตอร์เน็ตกลายเป็นพื้นที่เพื่อการแสวงหาตัวตนของเกย์ในยุคดิจิตอล ผู้ชายบางคนเข้าเว็บไซต์เกย์เพื่อที่จะหาเพื่อนที่มีจิตใจคล้ายๆกัน เพราะรู้สึกปลอดภัย ส่วนใหญ่คนประเภทนี้เชื่อว่าสังคมภายนอกยังไม่ยอมรับเกย์ โดยเฉพาะครอบครัวและคนรอบข้าง คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตเหมือนผู้ชายทั่วไป บางคนมีแฟนเป็นผู้หญิง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ชองชายกับชาย


ไม่จำเป็นเสมอไปว่าคนที่ดูแมนต้องเป็นฝ่ายรุกและคนที่ดูตุ้งติ้งต้องเป็นฝ่ายรับ การทำออรัลเซ็กซ์มีความเสี่ยงต่อการติดโรคเอดส์ เริม ซิฟิลิส และหนองในได้พอๆกับการสอดไส่เช่นกันหากเจ้าของปากมีแผลที่ปากและคอ และมีการหลั่งในปาก ฉะนั้น เพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่คุณต้องระวังและคิดให้มาก หากคุณยังไม่พร้อม


หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคุณจะรู้ซึ้งและเข้าใจเพศพิเศษมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากได้หนังสือเล่มนี้ สามารถติดต่อรับฟรี (ย้ำอีกครั้งเผื่ออ่านข้ามว่า เล่มนี้ฟรีฮ่ะ) ได้ที่สำนักงานเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0-296-59567 หรือติดต่อขอรับด้วยตนเองที่ องค์กรบางกอกเรนโบว์ ซอยประดิพัทธ์ 21 เบอร์โทรศัพท์ 0-261-85635 หากใครที่อยู่ต่างจังหวัด คุณสามารถรับฟรีได้เช่นกันโดยส่งค่าEMS จำนวนเงิน 20 มาด้วยรับรองถึงแน่เจ้าค่ะ โอกาสดี ๆ หนังสือเด่น ๆ เช่นนี้พลาดไม่ได้ อย่างน้อยอ่านเสร็จแล้วก็นำไปบริจาคห้องสมุดเป็นวิทยาทานสำหรับบุคคลทั่วไปได้กุศลอีกด้วย


(ปล ของ ปล ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและความร่วมมือจากองค์กรบางกอกเรนโบว์ และสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
  หากใครเคยชมภาพยนตร์ไทยของจีทีเอช โดย บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด เมื่อปีที่แล้ว “หนีตามกาลิเลโอ” หลายคนคงจะประทับใจเรื่องราวและการต่อสู้ ความน่ารักและการใช้ชีวิตของสองสาวไทยที่ตัดสินใจไปเที่ยวและทำงานต่างประเทศ หนึ่งคนไปเพราะอกหัก อีกหนึ่งไปเพราะสอบตก อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่สำหรับฉัน “ชาน่า” หนีไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกว่านางเอกของหนังเรื่องนี้นักเลย  สุข เหงา เศร้า คละเคล้ากันไปยิ่งกว่าละครเสียอีก    แต่ชาน่าไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แค่เกย์ที่หลายคนรู้จัก บ้างรู้จักฉันดี…
ชาน่า
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนกับชาน่าว่าในสมัยก่อนวิถีชีวิตของเกย์เป็นเยี่ยงไร วันนี้จึงหาคำตอบและเป็นความต้องการทราบส่วนตัวด้วยค่ะ เพราะว่ามีโอกาสได้ดูละครเรื่องสาปภูษา จึงใคร่รู้เยี่ยงนักว่าประวัติความเป็นมาและสังคม กฎระเบียบบ้านเมืองเป็นเช่นใด ข้าใคร่รู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
ชาน่า
  เมื่อช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ชาน่าและเพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันตามประสาเฮฮาปาร์ตี้ เพื่อนๆ ต่างไม่เจอกันมานาน มีทั้งเพื่อนชายจริง หญิงแท้และชาวหลากหลายทางเพศ
ชาน่า
"กระจกจ๋า บอกซาร่าหน่อยนะ ว่าผู้ชายคนเนี้ยะ...ใช่มะ ใช่มะ...." มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว จิ๋ม ซาร่า ท้าสัมผัส... มากับอัลบั้มชุดที่สอง "คนร่วมฝัน"   หากคุณได้ยินเพลงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นหญิงจริงหรือหญิงเทียม ไม่ว่าคุณจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างไร ชาน่ามองเธอว่า เธอคือผู้ชายที่กลายเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาอีกคน ข้อความจากเพลง “เกินห้ามใจ” ของนักร้องสาวประเภทสองที่ชื่อจิ๋ม ซาร่า หรือชื่อที่ใช้ในวงการ “สุจินต์รัตน์ ประชาไทย” ผู้ชายทั้งแท่งที่ผันตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งทิ่ม เธอผู้นี้เป็นคนไทยคนแรกที่กล้าไปผ่าตัดแปลงเพศไกลถึงดินแดนเมืองผู้ดี “อังกฤษ”
ชาน่า
  การมองโลกในแง่ร้าย การมีประสบการณ์ที่โหดร้าย หรืออยู่ในสังคมที่แย่ อาจจะทำให้คนในสังคมนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก สังคมที่ไม่มีศีลธรรม สังคมทุนนิยมที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยช่วยให้คนกลุ่มนั้นมีทัศนคติและพฤติกรรมที่กลุ่มคนดีเค้าไม่ทำกัน วันนี้อยากนำเสนอเหตุการณ์ และ ศัพท์ของเกย์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสังคมสีม่วงของเรา ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ สังคมเกย์ไทยจะน่าอยู่อีกเยอะเลยล่ะฮ่ะ
ชาน่า
  เกิดเป็นคนมีชื่อเสียง (.... อือ... อันที่จริงทุกคนล้วนมีชื่อเป็นของตัวเองทั้งน้านนน) ก็ลำบากทำอะไรก็เป็นเป้าสายตาของประชาชี จะกิน ดื่ม ขยับซ้ายก็เป็นข่าว ขยับขวาก็มองต่างมุม โดนรุมทำข่าวอีก เรียกได้ว่าสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือของธุรกิจคนขายข่าว ขายเรื่องราวแล้วยังเป็นเหมือนสินค้าตัวหนึ่งทีเดียวฮ่ะ
ชาน่า
การมองโลกในแง่ดี(เกินไป) การทำดี การให้เพื่อคนที่เรารัก เคยรัก อยากรัก สุดท้ายคนนั้นกลายเป็นคนอื่นคนไกล คนไม่รู้จัก บางครั้งมันก็ยากที่จะสาธยายได้ว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นมันเป็นไปทางทิศไหน หรือกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ สะกดคำว่า ... สายเกินไป “โดน” กับตัวเองแล้วล่ะ
ชาน่า
  เคยคิดอยากเขียนนิยาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเหมือนกัน แต่ฝีมือการเขียนยังไม่เข้าขั้น และที่สำคัญเวลายังไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องทำงานเป็นนางแบกโกอินเตอร์ ทำงานทุกวันฮ่ะ (นางแบก คือทำงานอาชีพแบกถาด บนเรือสำราญเจ้าค่ะ) สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องจริงจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชาน่า ที่เค้ากล้าเผยความเป็นเกย์ต่อครอบครัว ความจริงมันไม่เป็นเพียงแค่ความกล้า หากแต่เป็นสถานการณ์พาไป และอยากให้รับรู้ ยามเมื่อถึงเวลา เนื้อเรื่องและเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่ง เรียบเรียงโดยชาน่า ล้านนา ค่ะ
ชาน่า
ปีใหม่ก้าวผ่านมาตามวันเวลาของปฎิทิน ที่ถูกกำหนดไว้ วันเดือนปี (ใหม่) เป็นแค่กาลเวลาที่คนเรากำหนด นับจากวันที่ผมลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้ วัน เวลา และปีเป็นสิ่งที่กำหนดอายุของคนเรา ใช่มันผ่านไปแล้ว ...ผ่านไปเข้าสู่วัยกลางคน ของคน ๆ หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่บนโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใบนี้ มีหลายสิ่งที่ดีเข้ามา มีหลายคราที่รู้สึกแย่ หลากอารมณ์ที่ตัวเองสัมผัสได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบและรับรู้อยู่เสมอคือ... ความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้จิตสำนึก  
ชาน่า
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการรณรงค์ การกระทำที่ไม่รุนแรงต่อเพศหญิง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่ได้ทราบข่าว การกระทำรุนแรงต่อเพศพิเศษนั่นคือเกย์ หรือกะเทย ที่เกี่ยวข้องกับผองเพื่อนชาวเรา ชาน่าได้อ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงเว็บเกย์โรมีโอ (เว็บไซต์สังคมเกย์ที่ขึ้นชื่อของโลก) โดยคนที่เขียนมาเล่าเป็นเกย์ ที่ออกค่ายอาสากับหมอ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งมีโอกาสได้ไปหลายประเทศต่าง ๆ ขอแปลจดหมายฉบับนี้เพื่อผู้อ่านค่ะ
ชาน่า
ชาน่าชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าหากมีเวลา แต่ถ้าไม่มีเวลามากนักก็เลือกบางเรื่อง ที่สนใจและเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องฮา ฮา แม้บางครั้งบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระน่าดู...” แต่ลึก ๆ แล้วเนื้อหาบางส่วนอาจจะให้ความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากอย่างเสียไม่ได้ ลองอ่านเรื่องราวที่ชาน่าเรียบเรียงโดยได้พล๊อตเรื่องจาก เมล์ส่งต่อ แต่แต่งเติมเป็นภาษาง่าย ๆ ของชาน่านะฮะ (ดั่งเพื่อนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า ชาน่า ปั้นน้ำเป็นตัวจนแข็ง....) ... ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม น้อง ๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่อนุญาตให้อ่านนะคะ เป็นคอลัมน์เรต ฉ. เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองด้วยค่ะ
ชาน่า
  ชีวิตความรักของเกย์น่ะหรือ... หลายคนผลักดัน ยิ่งดันยิ่งดัก ยิ่งผลักเหมือนยิ่งแบกโลก เคยมีเพื่อนของชาน่าหลายคน บอกว่า ... “ฉันเชื่อเรื่องความรักของเกย์ ...ว่าคือรักนิรันดร์” แต่ “ฉัน” กลับขอค้าน ที่ค้านในที่นี้คือ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนที่เชื่ออย่างนั้นหนึ่งในนั้นคือ “ฉันเอง” ชาน่า