Skip to main content

เข้าสู่กลางปีของ พ.. 2552 เหตุบ้านการเมืองก็ยังคงทรง ๆ ทรุด ๆ ส่วนภาวะเศรษฐกิจนั้นเห็นได้ชัดว่าย่ำแย่ ส่งผลกระทบต่อทุกคน ทั้งลูกเล็กเด็กแดง รวมทั้งพลเกย์อย่างเรา ๆ เช่นกัน ธุรกิจของเกย์บางอย่างก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก แต่บางอย่างก็ไปรุ่งอยู่รอดได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถึงอย่างไรก็คงต้องสู้กันต่อไปเพื่อความอยู่รอด และประคับประคองบ้านเมืองให้ไปถึงจุดหมาย พร้อมด้วยสภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมให้เป็นสุข

ชาน่าจากเมืองไทยมาเป็นเวลา ๙ เดือน สัปดาห์นี้จะกลับมาเยือนแผ่นดินแม่ แม้จะไปกลับทุกปีแต่วามรู้สึกของคนไกลบ้านนั้นเหมือน ๆ กันคือเฝ้ารอวันที่จะพบเจอคนรัก โดยชีวิตส่วนตัวของดิฉันนั้นถือครองสถานภาพโสดอย่างไม่ได้ตั้งใจมานานแสน แต่ความรักที่มีต่อครอบครัวนั้นยังสำคัญเสมอ ในฐานะของสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว หลายคนเคยบอกกับชาน่าว่าคนที่เป็นเกย์จะรักครอบครัวมาก อิฉันเห็นด้วยเพราะครอบครัวคือสถาบันแรกที่สร้างเราให้เป็นคนในสมาชิกของสังคม แม้ความรักที่โหยหาหรือขาด ๆ เกิน ๆ จากคู่รักชายที่รักชาย ชายที่หลอกชาย กึ่งชายกึ่งหญิง ไม่ว่าจะผิดหวัง หมดหวัง ล้มลุกคลุกคลาน หรือเปี่ยมสุขเท่าไหร่ ก็ไม่เคยคิดจะลืมบุคคลในครอบครัว

 


การกลับมาพักร้อนปีนี้ ดิฉันขอบริษัทพักร้อนนานกว่าปกติเป็นเวลา ๓ เดือน อยากจะพักผ่อนและใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะพี่สาวที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันกำลังจะคลอดน้อง ประมาณวันคล้ายวันเกิดของฉันคือวันที่เก้าเดือนเก้า และคุณหลานน้อยคนเล็กอายุสองขวบก็กำลังซน และที่สำคัญได้อยู่กับคุณแม่มากขึ้น ทำตัวเป็นแฟมิลี่
(เกย์)แมน แหม...คนไม่มีแฟนแต่อย่างน้อยก็ยังมีครอบครัว เพราะบั้นปลายของชีวิตไม่รู้จะไปพึ่งใครก็คงต้องอาศัยครอบครัวนี่ล่ะฮ่ะ นั่นก็เป็นอีกหลายคำถามที่หลายคนถามเสมอว่า “ถ้าเป็นเกย์ไม่มีลูก ไม่มีเมีย แก่ตัวมาจะทำอย่างไร” คำตอบที่ให้ไปคือดังที่กล่าวมาเบื้องต้น ขอเป็นคำตอบสุดท้ายนะคะ


วันนี้ดิฉันนั่งทำงานกลางวันทำหน้าที่รับโทรศัพท์ที่ผู้โดยสารจองห้องอาหาร กลางคืนก็ตะบี้ตะบันเป็นนางแบก สาวเสิร์ฟเรือจอดอยู่ประเทศกรีซ เมืองอารยธรรมประวัติศาสตร์ ๕ พันปี ผู้โดยสารส่วนมากออกไปเที่ยว ไปทัวร์ข้างนอก บรรยากาศรับโทรศัพท์จึงเงียบเป็นปกติของช่วงเทศกาลทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน นั่งทบทวนเก้าเดือนที่ผ่านมา กับการใช้ชีวิตเกย์
(สาว) ไทยในต่างแดน มีทั้งสุข ทั้งเปรี้ยว หวาน มันส์ ฮา หลากรสชาด หากจะจำกัดไลฟ์สไตล์แบบเกย์ๆ แล้วก็มีเรื่องราวเม้าท์แตก สามวันเจ็ดวันไม่หมด มันทำให้ฉันนึกถึงเพลงหนึ่ง “Never been to me” เนื้อหาของเพลงตัดพ้อว่า เธอ (ผู้หญิงจริง) ไปเที่ยวมาแทบทั่วโลก แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เป็นตัวเธอเอง มีสถานที่หลายแห่งที่กล่าวในเนื้อเพลงซึ่งชาน่าได้มีโอกาสไปเยือนมา อาทิ เกาะของกรีซ โมนาโค อิตาลี สเปน คงจะเปรียบเปรยเหมือนชีวิตนักเที่ยวของเกย์ที่ต้องพบเจอคนมากมายหลายประเทศ บ้างดี บ้างร้าย อยากจะเก็บเกี่ยวเรื่องราวนั้นเป็นประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” แล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังโอกาสหน้า


 


เมื่อวานได้มีโอกาสไปงานปาร์ตี้ชายหาดที่ประเทศตุรกี ซึ่งทางผู้บริหารของบริษัทจัดให้พนักงานพันสองร้อยคน ที่มาจาก
42 ชาติภาษาทั่วโลก ดิฉันและเพื่อนเกย์อีกคนจึงถือโอกาสเปรี้ยวปรอทแตก ทั้งเต้น เดินแบบให้โลกตะลึงถึงความแรงและเป็นตัวเรามากที่สุด เรื่องงามๆ (หน้า) ขอให้บอก สนุกสนานให้รางวัลกับบางวันของชีวิตค่ะ


อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเมืองไทยแล้ว คงจะมีเรื่องราวจากเกย์เมืองไทย หลายเรื่องที่จะนำเสนอในโอกาสหน้า คงมีโอกาสได้ไปเยือนถิ่นต่างๆ ตามผับ บาร์ เกย์สถาน แหล่งสิงสถิตย์ของเกย์เมืองไทย ต้องกราบขอบพระคุณพี่ๆสมาคมเกย์ต่างๆ ที่ช่วยเหลือชาน่าเสมอมา หากมีอะไรให้รับใช้ยินดีเสมอ แล้วเจอกันนะฮะ


  

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
  หากใครเคยชมภาพยนตร์ไทยของจีทีเอช โดย บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด เมื่อปีที่แล้ว “หนีตามกาลิเลโอ” หลายคนคงจะประทับใจเรื่องราวและการต่อสู้ ความน่ารักและการใช้ชีวิตของสองสาวไทยที่ตัดสินใจไปเที่ยวและทำงานต่างประเทศ หนึ่งคนไปเพราะอกหัก อีกหนึ่งไปเพราะสอบตก อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่สำหรับฉัน “ชาน่า” หนีไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกว่านางเอกของหนังเรื่องนี้นักเลย  สุข เหงา เศร้า คละเคล้ากันไปยิ่งกว่าละครเสียอีก    แต่ชาน่าไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แค่เกย์ที่หลายคนรู้จัก บ้างรู้จักฉันดี…
ชาน่า
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนกับชาน่าว่าในสมัยก่อนวิถีชีวิตของเกย์เป็นเยี่ยงไร วันนี้จึงหาคำตอบและเป็นความต้องการทราบส่วนตัวด้วยค่ะ เพราะว่ามีโอกาสได้ดูละครเรื่องสาปภูษา จึงใคร่รู้เยี่ยงนักว่าประวัติความเป็นมาและสังคม กฎระเบียบบ้านเมืองเป็นเช่นใด ข้าใคร่รู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
ชาน่า
  เมื่อช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ชาน่าและเพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันตามประสาเฮฮาปาร์ตี้ เพื่อนๆ ต่างไม่เจอกันมานาน มีทั้งเพื่อนชายจริง หญิงแท้และชาวหลากหลายทางเพศ
ชาน่า
"กระจกจ๋า บอกซาร่าหน่อยนะ ว่าผู้ชายคนเนี้ยะ...ใช่มะ ใช่มะ...." มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว จิ๋ม ซาร่า ท้าสัมผัส... มากับอัลบั้มชุดที่สอง "คนร่วมฝัน"   หากคุณได้ยินเพลงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นหญิงจริงหรือหญิงเทียม ไม่ว่าคุณจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างไร ชาน่ามองเธอว่า เธอคือผู้ชายที่กลายเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาอีกคน ข้อความจากเพลง “เกินห้ามใจ” ของนักร้องสาวประเภทสองที่ชื่อจิ๋ม ซาร่า หรือชื่อที่ใช้ในวงการ “สุจินต์รัตน์ ประชาไทย” ผู้ชายทั้งแท่งที่ผันตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งทิ่ม เธอผู้นี้เป็นคนไทยคนแรกที่กล้าไปผ่าตัดแปลงเพศไกลถึงดินแดนเมืองผู้ดี “อังกฤษ”
ชาน่า
  การมองโลกในแง่ร้าย การมีประสบการณ์ที่โหดร้าย หรืออยู่ในสังคมที่แย่ อาจจะทำให้คนในสังคมนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก สังคมที่ไม่มีศีลธรรม สังคมทุนนิยมที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยช่วยให้คนกลุ่มนั้นมีทัศนคติและพฤติกรรมที่กลุ่มคนดีเค้าไม่ทำกัน วันนี้อยากนำเสนอเหตุการณ์ และ ศัพท์ของเกย์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสังคมสีม่วงของเรา ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ สังคมเกย์ไทยจะน่าอยู่อีกเยอะเลยล่ะฮ่ะ
ชาน่า
  เกิดเป็นคนมีชื่อเสียง (.... อือ... อันที่จริงทุกคนล้วนมีชื่อเป็นของตัวเองทั้งน้านนน) ก็ลำบากทำอะไรก็เป็นเป้าสายตาของประชาชี จะกิน ดื่ม ขยับซ้ายก็เป็นข่าว ขยับขวาก็มองต่างมุม โดนรุมทำข่าวอีก เรียกได้ว่าสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือของธุรกิจคนขายข่าว ขายเรื่องราวแล้วยังเป็นเหมือนสินค้าตัวหนึ่งทีเดียวฮ่ะ
ชาน่า
การมองโลกในแง่ดี(เกินไป) การทำดี การให้เพื่อคนที่เรารัก เคยรัก อยากรัก สุดท้ายคนนั้นกลายเป็นคนอื่นคนไกล คนไม่รู้จัก บางครั้งมันก็ยากที่จะสาธยายได้ว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นมันเป็นไปทางทิศไหน หรือกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ สะกดคำว่า ... สายเกินไป “โดน” กับตัวเองแล้วล่ะ
ชาน่า
  เคยคิดอยากเขียนนิยาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเหมือนกัน แต่ฝีมือการเขียนยังไม่เข้าขั้น และที่สำคัญเวลายังไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องทำงานเป็นนางแบกโกอินเตอร์ ทำงานทุกวันฮ่ะ (นางแบก คือทำงานอาชีพแบกถาด บนเรือสำราญเจ้าค่ะ) สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องจริงจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชาน่า ที่เค้ากล้าเผยความเป็นเกย์ต่อครอบครัว ความจริงมันไม่เป็นเพียงแค่ความกล้า หากแต่เป็นสถานการณ์พาไป และอยากให้รับรู้ ยามเมื่อถึงเวลา เนื้อเรื่องและเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่ง เรียบเรียงโดยชาน่า ล้านนา ค่ะ
ชาน่า
ปีใหม่ก้าวผ่านมาตามวันเวลาของปฎิทิน ที่ถูกกำหนดไว้ วันเดือนปี (ใหม่) เป็นแค่กาลเวลาที่คนเรากำหนด นับจากวันที่ผมลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้ วัน เวลา และปีเป็นสิ่งที่กำหนดอายุของคนเรา ใช่มันผ่านไปแล้ว ...ผ่านไปเข้าสู่วัยกลางคน ของคน ๆ หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่บนโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใบนี้ มีหลายสิ่งที่ดีเข้ามา มีหลายคราที่รู้สึกแย่ หลากอารมณ์ที่ตัวเองสัมผัสได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบและรับรู้อยู่เสมอคือ... ความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้จิตสำนึก  
ชาน่า
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการรณรงค์ การกระทำที่ไม่รุนแรงต่อเพศหญิง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่ได้ทราบข่าว การกระทำรุนแรงต่อเพศพิเศษนั่นคือเกย์ หรือกะเทย ที่เกี่ยวข้องกับผองเพื่อนชาวเรา ชาน่าได้อ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงเว็บเกย์โรมีโอ (เว็บไซต์สังคมเกย์ที่ขึ้นชื่อของโลก) โดยคนที่เขียนมาเล่าเป็นเกย์ ที่ออกค่ายอาสากับหมอ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งมีโอกาสได้ไปหลายประเทศต่าง ๆ ขอแปลจดหมายฉบับนี้เพื่อผู้อ่านค่ะ
ชาน่า
ชาน่าชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าหากมีเวลา แต่ถ้าไม่มีเวลามากนักก็เลือกบางเรื่อง ที่สนใจและเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องฮา ฮา แม้บางครั้งบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระน่าดู...” แต่ลึก ๆ แล้วเนื้อหาบางส่วนอาจจะให้ความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากอย่างเสียไม่ได้ ลองอ่านเรื่องราวที่ชาน่าเรียบเรียงโดยได้พล๊อตเรื่องจาก เมล์ส่งต่อ แต่แต่งเติมเป็นภาษาง่าย ๆ ของชาน่านะฮะ (ดั่งเพื่อนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า ชาน่า ปั้นน้ำเป็นตัวจนแข็ง....) ... ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม น้อง ๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่อนุญาตให้อ่านนะคะ เป็นคอลัมน์เรต ฉ. เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองด้วยค่ะ
ชาน่า
  ชีวิตความรักของเกย์น่ะหรือ... หลายคนผลักดัน ยิ่งดันยิ่งดัก ยิ่งผลักเหมือนยิ่งแบกโลก เคยมีเพื่อนของชาน่าหลายคน บอกว่า ... “ฉันเชื่อเรื่องความรักของเกย์ ...ว่าคือรักนิรันดร์” แต่ “ฉัน” กลับขอค้าน ที่ค้านในที่นี้คือ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนที่เชื่ออย่างนั้นหนึ่งในนั้นคือ “ฉันเอง” ชาน่า