Skip to main content

ความรักหากใครไม่เคยสัมผัสก็ยากจะอธิบายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงแก่นและก้นบึ้งของหัวใจ “ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”  ประโยคหนึ่งที่เคยได้ยินมาแต่ไหนแต่ไร ตอนเป็นเด็กไร้เดียงสา ก็แค่อ่าน ได้ยิน และเข้าใจ แต่ไม่ได้สัมผัส รับรสของความรักและความทุกข์

โลกวันนี้ได้ผ่านเข้า และผ่านไปจากบทเรียนและประสบการณ์ของชีวิตโลกแห่งความจริงกับสิ่งที่ฝันบางครั้งมันห่างไกลกันเหลือคณานับ  ทุกคนฝันอยากมีรักที่สวยงาม รักที่ทำให้ชีวิตนี้มีความสุข แต่หากเมื่อไหร่ รักนั้นไม่เป็นดังหวัง  ไม่เหมือนในฝัน มันย่อมเกิดทุกข์กับความรัก

คนที่ไม่เคยอกหัก  ก็เพราะเขาไม่เคยมีความรัก คงไม่มีใครในโลกใบนี้จะสมหวังในรักตั้งแต่เริ่มแรกรัก ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวี
“เพราะรักไม่มีกำแพงกั้น ไม่เคยแบ่งแยกชนชั้น วรรณะหรือแม้แต่เพศ”
เมื่อเข้าใจตั้งแต่กรอกใบสมัครเป็นคนที่มีรสนิยมความรักทางเพศในเพศเดียวกันว่า “เตรียมใจเผื่อไว้ให้กับความผิดหวัง”  

ขอยกตัวอย่างเรื่องจริงไม่อิงนิยาย ฝากไว้คิด...

โอ  (นามสมมุติ)  เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่พ่อแม่ตั้งความหวังอย่างสูงสุดที่อยากให้ชีวิตของเค้าเป็นหลักเป็นฐาน มีหน้าที่การงานที่ดี มีหน้ามีตาทางสังคม ด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งโอมีพร้อมด้วยรูปพรรณอันหล่อเหลาเอาการ เรียกได้ว่า  Perfect man of the year ก็คงจะไม่ผิดกับสมญานามนี้ แต่ใครจะรู้ว่า ส่วนลึก ความรู้สึก และรสนิยมทางเพศข้างในของเค้าจะเป็นอย่างไร โอย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ เค้าใช้ชีวิตเป็นเด็กนักเรียนนอกจนจบปริญญาเอกด้วยวัยที่ยังเยาว์

ชีวิตและพฤติกรรมสามารถอยู่ในกรอบได้ แต่ความรู้สึกจิตใจยากไซร้จะเป็นไปตามใครบังคับ เค้าใช้ชีวิตกับสิ่งแวดล้อมของโลกอิสระเสรี จนวันหนี่งเค้าค้นพบและบอกกับตัวเองว่า  “ผมมีความรู้สึกทางเพศ และมีความสุขกับเพศเดียวกัน”  แม้โอจะพยายามหลีกหนีความจริง ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้สมาชิกในครอบครัว รู้ว่าส่วนลึกและความต้องการของจิตนั้นเป็นเช่นไร เมื่อถึงคราวที่ต้องโดนคลุมถุงชนกับคนที่มีชาติตระกูล พร้อมด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์เท่าเทียมกัน  โอ และ เจน (นามสมมุติ) อยู่กินฉันท์สามี ภรรยาอย่างเป็นสุข (ในความคิดของทุกคนแม้กระทั่งเจนเอง) เค้าทำการบ้าน หน้าที่ การงานทุกอย่างปกติอย่างเนียน โดยไม่มีใครสงสัย แต่บ่อยครั้งที่โอ ต้องมีภารกิจทำหน้าที่เดินทางไปต่างประเทศ เค้ามักจะปล่อยใจตามสิ่งที่เค้าปรารถนา คือการได้เสพความสุขกับเพศเดียวกัน มันเป็นความต้องการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โอเริ่มผูกพันกับชายต่างชาติที่เค้าปลื้มและหลงรักโดยไม่รู้ตัว  แม้แต่ภรรยาอันเป็นที่รักของเค้า เพราะเธอรักเชื่อใจ และเป็นสุขกับการใช้ชีวิตอยู่กับโอ โอผิดหรือไม่ที่เลือกทำตามใจตัวเอง แต่เค้าก็ไม่เคยทำให้เจนผิดหวัง โอทำให้ครอบครัวและผู้หญิงที่รักเค้ามากมีความสุข  แต่ความสุขและความต้องการของเค้าคือ การปลอดปล่อยอารมณ์และความโหยหากับชายที่เค้าต้องการ

โอบอกกับชาน่าเสมอว่า “ผมคงจะทำเช่นนี้ไปตลอด ในเมื่อบางครั้งมันก็ไม่มีทางเลือก”  หนึ่งภาระทำเพื่อหน้าที่อีกหนึ่งใจทำเพื่อความสุขของตนเอง  “ผมผิดใช่มั้ยแต่ผมก็เลิกไม่ได้”.....

20080217 chana (1)

เทพ (นามสมมุติ) ผ่านการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับภรรยาคนแรกมีลูกด้วยกันสองคน แต่  “รักคงยังไม่พอ”  ด้วยหน้าที่การงานทำให้เค้าต้องห่างครอบครัวแสนไกล นานทีปีหนจะกลับมาหาครอบครัว  “รักแท้แพ้ความใกล้ชิด”   เมียคนแรกเลยสวมเขา ถึงขั้นต้องเลิกรา แยกทางกันแบ่งลูกคนละครึ่งวันปีผ่านไปเจอคนใหม่แม้ไม่ใช่คนแรกแต่ก็ยังหวังว่าจะเป็นคนสุดท้ายของชีวิต

เค้าพบกันในต่างแดน  “พบรักในที่ทำงานสานสัมพันธ์”  แต่สุดท้าย “เธอเปลี๊ยนไป๋”  คนนี้มีชู้กับชาวต่างชาติ ขนาดและสัญชาติเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องก็คงไม่ผิด  ส่วนคนล่าสุดเมียคนที่สามนิสัยดี เรียบร้อย ธรรมะธรรมโม แต่....  ดีหลบในแพ้ใจตัวเอง  เมื่อถึงวันหนึ่งที่ต้องปันใจให้กับเพศเดียวกัน ทอมไม่แสดงออกด้วยความไว้ใจคิดว่าเป็นแค่เพื่อนผู้หญิงคนสนิท  สุดท้าย “บาดตาคาใจจากไปลับแล”   ชาน่าเคยบอกเพื่อนทอมคนนี้เสมอว่า  “แกอย่าไปพรากลูกพรากสามีเค้านะยะ

ต้นงิ้วรอแก ปีนป่ายยามแกตายไปเชียวนะ”   เพื่อนทอมคนนี้รับปากว่าจะไม่ให้เกินเลย  พอชาน่ารู้ข่าวอีกที ถึงกันร่วมหอลงเอยกันแล้วจนเทพต้องร้องระงมความไม่สุขสมในรัก   “ชาติที่แล้วตูไปทำอะไรมาฟะ  มีเมียกี่คน ๆ ก็โดนแย่งเอาไปหมด....เฮ้อ ...”

20080217 chana (2)

Mauricio (นามสมมุติ)   เพื่อนชายชาวต่างชาติ  เป็นชายแท้แต่ก็มีอะไรๆ กับกะเทย เกย์ แล้วแต่อารมณ์ และความต้องการระบายทางเพศพาไป แต่จิตใจจริง ๆ ชอบผู้หญิงเค้าบ่นเสมอว่า  “ตั้งแต่ผมมาพบคุณ คุณทำให้ผมจิตใจสับสน แต่ถึงอย่างไรผมก็ชอบผู้หญิงอยู่ดี”   หลายครั้ง  

หลายคราที่เค้าร้องขอ  “อย่าบอกใครนะว่าเรามีอะไรกัน  แม้แต่เพื่อนคนสนิทของเธอ  ผมก็แค่อยากลองโดยที่ไม่มีอะไรจะเสียหาย  มันก็คือรสชาติของชีวิตแค่นั้น คิดอะไรมาก”   ผู้ชายเป็นใจ แต่ใจเจ้าเอย นางกอ (เกย์ หรือกะเทย)  ก็คิดเป็นตุเป็นตะว่า เค้าคือสามี อยากเก็บเธอไว้  

ครอบครองเอามาเป็นเจ้าของแต่ฝ่ายเดียว โดยที่ฝ่ายชาย  ก็แค่.... เล่น เล่น playboy ไปวัน ๆ

สุดท้ายที่นำมาฝากวันนี้  “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”  หลายคนเคยมีประสบการณ์ จี๊ด โดนใจกับเรื่องพรรค์นี้   ชาน่ามั่นใจว่าแม้แต่เพศจริงชายแท้หญิงจริงก็มีด้วยกันทั้งสิ้น  นับประสาอะไรกับชีวิตเกย์อย่างเรา ๆ “ปรบมือข้างเดียวคงไม่ดังหรอกฮ่ะ”  บางทีจะโทษเค้าก็ไม่ได้ ฝ่ายเราก็ย่อยซะที่ไหน  อย่างเช่น   

ราชันต์ กับ จง (นามสมมุติ)  เป็นเพื่อนเกย์คบกันมานานแสนนาน  เค้าผ่านเกย์วิถีด้วยกันมาหลากหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยมีอะไรกัน  นอกเสียแต่การร่วมรักแบบมีคนมาแจมเป็นเกส แต่นั่นก็เพียงแค่ชายที่ผ่านมาผ่านไปวัน ๆ  วันหนึ่งราชันต์ มีสามีเป็นตัวเป็นตนชาวต่างชาติ ที่หน้าตาดีและมีฐานะ เค้ารักกันหวานชื่น  แต่สุดท้าย จงก็เป็นคนเข้ามามีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลง    

เพราะรักรสของเกย์ยากแท้จะจีรัง (เหมือนที่เค้าบอกล่ะค่ะ)  จงแอบมีอะไรกับ Steve (นามสมมุติ) แฟนของราชันต์ โดยคิดว่าแก้....เหงา ... แต่สุดท้าย ราชันต์รู้ความจริง .....  เรื่องของเค้าและเค้าจะเป็นอย่างไรต่อไป  “เพื่อนหนอเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”   ....ทำกันได้

ไม่ว่าเรื่องราวของเค้าและเธอ เค้าและเค้าจะเป็นอย่างไร บางครั้งชีวิตมันน้ำเน่ายิ่งกว่าอะไรซะอีก  ถึงอย่างไรชาน่าก็เอาใจและให้กำลังใจเพื่อน ๆ เต็มที่  “อย่ายอมแพ้”  เพราะ   “รัก” คำนี้ที่ทำให้คนเราเป็นไปได้ทุกอย่าง  หากวันใดรักนั้นไม่สมหวัง ขออย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอแม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป   Forget the pass then start the new life !!!!

ส่งตรงจาก ... Grenada, Spice Island in Caribbean.

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
  หากใครเคยชมภาพยนตร์ไทยของจีทีเอช โดย บริษัท จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด เมื่อปีที่แล้ว “หนีตามกาลิเลโอ” หลายคนคงจะประทับใจเรื่องราวและการต่อสู้ ความน่ารักและการใช้ชีวิตของสองสาวไทยที่ตัดสินใจไปเที่ยวและทำงานต่างประเทศ หนึ่งคนไปเพราะอกหัก อีกหนึ่งไปเพราะสอบตก อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใหม่  แต่สำหรับฉัน “ชาน่า” หนีไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกว่านางเอกของหนังเรื่องนี้นักเลย  สุข เหงา เศร้า คละเคล้ากันไปยิ่งกว่าละครเสียอีก    แต่ชาน่าไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แค่เกย์ที่หลายคนรู้จัก บ้างรู้จักฉันดี…
ชาน่า
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนกับชาน่าว่าในสมัยก่อนวิถีชีวิตของเกย์เป็นเยี่ยงไร วันนี้จึงหาคำตอบและเป็นความต้องการทราบส่วนตัวด้วยค่ะ เพราะว่ามีโอกาสได้ดูละครเรื่องสาปภูษา จึงใคร่รู้เยี่ยงนักว่าประวัติความเป็นมาและสังคม กฎระเบียบบ้านเมืองเป็นเช่นใด ข้าใคร่รู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
ชาน่า
  เมื่อช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ชาน่าและเพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันตามประสาเฮฮาปาร์ตี้ เพื่อนๆ ต่างไม่เจอกันมานาน มีทั้งเพื่อนชายจริง หญิงแท้และชาวหลากหลายทางเพศ
ชาน่า
"กระจกจ๋า บอกซาร่าหน่อยนะ ว่าผู้ชายคนเนี้ยะ...ใช่มะ ใช่มะ...." มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว จิ๋ม ซาร่า ท้าสัมผัส... มากับอัลบั้มชุดที่สอง "คนร่วมฝัน"   หากคุณได้ยินเพลงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเป็นหญิงจริงหรือหญิงเทียม ไม่ว่าคุณจะมองผู้หญิงคนนี้อย่างไร ชาน่ามองเธอว่า เธอคือผู้ชายที่กลายเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหาอีกคน ข้อความจากเพลง “เกินห้ามใจ” ของนักร้องสาวประเภทสองที่ชื่อจิ๋ม ซาร่า หรือชื่อที่ใช้ในวงการ “สุจินต์รัตน์ ประชาไทย” ผู้ชายทั้งแท่งที่ผันตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งทิ่ม เธอผู้นี้เป็นคนไทยคนแรกที่กล้าไปผ่าตัดแปลงเพศไกลถึงดินแดนเมืองผู้ดี “อังกฤษ”
ชาน่า
  การมองโลกในแง่ร้าย การมีประสบการณ์ที่โหดร้าย หรืออยู่ในสังคมที่แย่ อาจจะทำให้คนในสังคมนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก สังคมที่ไม่มีศีลธรรม สังคมทุนนิยมที่เอาแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยช่วยให้คนกลุ่มนั้นมีทัศนคติและพฤติกรรมที่กลุ่มคนดีเค้าไม่ทำกัน วันนี้อยากนำเสนอเหตุการณ์ และ ศัพท์ของเกย์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสังคมสีม่วงของเรา ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ สังคมเกย์ไทยจะน่าอยู่อีกเยอะเลยล่ะฮ่ะ
ชาน่า
  เกิดเป็นคนมีชื่อเสียง (.... อือ... อันที่จริงทุกคนล้วนมีชื่อเป็นของตัวเองทั้งน้านนน) ก็ลำบากทำอะไรก็เป็นเป้าสายตาของประชาชี จะกิน ดื่ม ขยับซ้ายก็เป็นข่าว ขยับขวาก็มองต่างมุม โดนรุมทำข่าวอีก เรียกได้ว่าสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือของธุรกิจคนขายข่าว ขายเรื่องราวแล้วยังเป็นเหมือนสินค้าตัวหนึ่งทีเดียวฮ่ะ
ชาน่า
การมองโลกในแง่ดี(เกินไป) การทำดี การให้เพื่อคนที่เรารัก เคยรัก อยากรัก สุดท้ายคนนั้นกลายเป็นคนอื่นคนไกล คนไม่รู้จัก บางครั้งมันก็ยากที่จะสาธยายได้ว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นมันเป็นไปทางทิศไหน หรือกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ สะกดคำว่า ... สายเกินไป “โดน” กับตัวเองแล้วล่ะ
ชาน่า
  เคยคิดอยากเขียนนิยาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเหมือนกัน แต่ฝีมือการเขียนยังไม่เข้าขั้น และที่สำคัญเวลายังไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องทำงานเป็นนางแบกโกอินเตอร์ ทำงานทุกวันฮ่ะ (นางแบก คือทำงานอาชีพแบกถาด บนเรือสำราญเจ้าค่ะ) สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องจริงจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชาน่า ที่เค้ากล้าเผยความเป็นเกย์ต่อครอบครัว ความจริงมันไม่เป็นเพียงแค่ความกล้า หากแต่เป็นสถานการณ์พาไป และอยากให้รับรู้ ยามเมื่อถึงเวลา เนื้อเรื่องและเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่ง เรียบเรียงโดยชาน่า ล้านนา ค่ะ
ชาน่า
ปีใหม่ก้าวผ่านมาตามวันเวลาของปฎิทิน ที่ถูกกำหนดไว้ วันเดือนปี (ใหม่) เป็นแค่กาลเวลาที่คนเรากำหนด นับจากวันที่ผมลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้ วัน เวลา และปีเป็นสิ่งที่กำหนดอายุของคนเรา ใช่มันผ่านไปแล้ว ...ผ่านไปเข้าสู่วัยกลางคน ของคน ๆ หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่บนโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปใบนี้ มีหลายสิ่งที่ดีเข้ามา มีหลายคราที่รู้สึกแย่ หลากอารมณ์ที่ตัวเองสัมผัสได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบและรับรู้อยู่เสมอคือ... ความเป็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้จิตสำนึก  
ชาน่า
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการรณรงค์ การกระทำที่ไม่รุนแรงต่อเพศหญิง แต่น้อยคนนักจะเข้าใจและเห็นด้วยกับการที่ได้ทราบข่าว การกระทำรุนแรงต่อเพศพิเศษนั่นคือเกย์ หรือกะเทย ที่เกี่ยวข้องกับผองเพื่อนชาวเรา ชาน่าได้อ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงเว็บเกย์โรมีโอ (เว็บไซต์สังคมเกย์ที่ขึ้นชื่อของโลก) โดยคนที่เขียนมาเล่าเป็นเกย์ ที่ออกค่ายอาสากับหมอ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งมีโอกาสได้ไปหลายประเทศต่าง ๆ ขอแปลจดหมายฉบับนี้เพื่อผู้อ่านค่ะ
ชาน่า
ชาน่าชอบอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าถ้าหากมีเวลา แต่ถ้าไม่มีเวลามากนักก็เลือกบางเรื่อง ที่สนใจและเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องฮา ฮา แม้บางครั้งบอกกับตัวเองว่า “ไร้สาระน่าดู...” แต่ลึก ๆ แล้วเนื้อหาบางส่วนอาจจะให้ความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากอย่างเสียไม่ได้ ลองอ่านเรื่องราวที่ชาน่าเรียบเรียงโดยได้พล๊อตเรื่องจาก เมล์ส่งต่อ แต่แต่งเติมเป็นภาษาง่าย ๆ ของชาน่านะฮะ (ดั่งเพื่อนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า ชาน่า ปั้นน้ำเป็นตัวจนแข็ง....) ... ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม น้อง ๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่อนุญาตให้อ่านนะคะ เป็นคอลัมน์เรต ฉ. เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองด้วยค่ะ
ชาน่า
  ชีวิตความรักของเกย์น่ะหรือ... หลายคนผลักดัน ยิ่งดันยิ่งดัก ยิ่งผลักเหมือนยิ่งแบกโลก เคยมีเพื่อนของชาน่าหลายคน บอกว่า ... “ฉันเชื่อเรื่องความรักของเกย์ ...ว่าคือรักนิรันดร์” แต่ “ฉัน” กลับขอค้าน ที่ค้านในที่นี้คือ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนที่เชื่ออย่างนั้นหนึ่งในนั้นคือ “ฉันเอง” ชาน่า