Skip to main content

ผมได้ยินชื่อเธอบ่อย ๆ จากมิตรสหายท่านหนึ่งที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แต่จินตนาการรูปร่างหน้าตาว่าคงจะตัวเล็ก ๆ น่ารัก โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์ท่านั้นมีน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยเธอมาก

วันที่เธอไปรายงานตัวในคดี MBK39 เมื่อ 10 ก.พ.61 ผมได้พบหนูพลอยตัวจริงในร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ ๆ สน.ปทุมวัน

“หนูหิว ถ้าเขาเรียกหนูไปสอบหนูจะบอกเขาว่า หนูให้ปากคำไม่ได้หรอก เพราะหนูหิว” แล้วเพื่อน ๆ ที่ตามมาด้วยกันก็พากันหัวเราะครืน

กระบวนการในสถานทีตำรวจเป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ที่ความขัดข้องของระบบราชการหรือการพยายามหน่วงเวลา ผู้ต้องหาหลายคนที่ยังไม่ถึงคิวจึงทยอยออกมากินข้าวกินปลา

“วันนี้หนูเดินไปเดินมาจนเกินโควตาแล้วเนี่ย” เธอยังคงพูดตลก “โควต้าการเดินของหนูในแต่ละวันคือเตียงนอนไปถึงห้องน้ำแค่นั้น”

เหล่านักศึกษาทั้งที่เป็นผู้ต้องหาและเพื่อนผู้ต้องหา ไม่ได้มีมีท่าเคร่งเครียดอะไรกับคดีความซึ่งมีผู้ต้องหาร่วมกันถึง 39 คน เพียงเพราะไปบอกกับสาธารณชนว่าพวกเขาและเธอ #อยากเลือกตั้ง

ผมกลับมาค้นประวัติทางอินเตอร์เน็ต นั่นไม่ใช่คดีแรกของหนูพลอย

ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 24 มิ.ย. 59 พาดหัว “คุมตัว 7 นศ.จัดกิจกรรม 24 มิถุนา ที่วงเวียนหลักสี่ ฝากขังศาลทหารฐานผิดคำสั่ง คสช.” หนูพลอยเป็นหนึ่งในนักศึกษา “กลุ่มเสรีเกษตรฯ” ที่ทำกิจกรรมรำลึก 84 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่ามกลางวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงหนึ่งกองร้อย และถูกอุ้มขึ้นรถพาตัวไป สน.บางเขน

ในภาพข่าวนั้นมี "การ์ตูน" เป็นผู้ต้องหารวมอยู่ด้วย ซึ่งบัดนี้เธออยู่ต่างประเทศและกำลังทำเรื่องขอลี้ภัย เหตุเพราะเธอโดนกล่าวหาในคดีร้ายแรงเพียงเพราะแชร์ข่าวของบีบีซีทางเฟซบุ๊ก หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คงจะมีวีรกรรมอื่น ๆ ของหนูพลอยอีกมากมาย ทั้งที่เป็นและไม่เป็นข่าว

อะไรทำให้คดีความไม่อาจยับยั้งการทำกิจกรรมของนักศึกษาคนหนึ่ง ?

"คนเสื้อแดงบางคนเขาไม่ชอบนะที่พี่ไปร่วมหรือสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษา เขาบอกว่าเด็กพวกนี้เป็นใคร ไม่เคยร่วมเป็นร่วมตายมากับเรา แต่พี่ไม่คิดแบบนั้นหรอก” พี่สาวคนหนึ่งเคยเล่าให้ผมฟัง

เหตุการณ์ปี 2553 และก่อนหน้านั้น ทำให้หลายคนเจ็บแค้นและยืนยันว่าไม่มีวันที่จะถอดเสื้อแดง

การจดจำอดีตเป็นสิ่งสำคัญ

แต่สำหรับบางเรื่อง...การทวงถามคนของอนาคตให้ย้อนไปมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ตอนนั้นนักศึกษาที่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมในวันนี้ยังเป็นแค่เด็กมัธยม หรืออาจจะประถมเสียด้วยซ้ำ

ส่วนการเรียกร้องหรือฝากฝังอนาคตไว้กับพวกเขาและเธอ ผมว่ามันก็มากเกินไป เพราะบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง

ในบรรดาคนรุ่นใหม่ที่ทำกิจกรรมการเมือง หนูพลอยไม่ใช่คนแถวหน้าที่โดดเด่นมากนัก แต่ในความจริงจังและสม่ำเสมอ เธอไม่เป็นรองใคร

หนูพลอยสนใจการเมืองมานานแล้ว และเคยอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของฝ่ายประชาธิปไตย จนกระทั่งได้อ่านวารสาร “ก้าวข้าม” ของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ จึงเกิดความคิดและความเข้าใจใหม่ ๆ จนกระทั่งมาร่วมกิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเสรีเกษตรฯ

การเรียนรู้เกิดขึ้นได้เสมอ และความรู้เป็นพลังของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับทุกเรื่อง

ส่วนการกีดกันการเข้าถึงความรู้ และจำกัดการแสวงหาความรู้ต่างหากที่จะทำให้บ้านเมืองเราไม่ก้าวหน้าไปไหน

“เรียนคณะประมง ซึ่งเป็นสังคมที่ยึดมั่นระบบโซตัสมาก เขาเป็นพวก “คนดี” เลยถูกกดดัน พอโดนคดีแรก อาจารย์ที่สอนชอบแซะเราในห้องเรียน ทำให้ไม่ชอบอาจารย์ ไม่อยากเข้าเรียน เพื่อนก็แอนตี้ เครียดมาก”

ความกลัวจากการโดนคดีความ ไม่หนักหนาเท่าความเครียดที่คนรอบตัวเอาแต่สร้างแรงกดดัน นี่คือเรื่องที่นักกิจกรรมและผู้ต้องหาจำนวนมากต้องเผชิญ

หนูพลอยใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่ กว่าเธอจะรับมือกับมันได้

“ตอนหลังก็คิดให้เป็นเรื่องสนุก เอาดิ เอาอีกดิ พ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดก็ห้าม แต่เราเลือกพูดในสิ่งที่พวกเขาอยากได้ยิน แม้ว่าจะคุยกับพ่อแม่ที่บ้านไม่รู้เรื่อง แต่เราก็มีพ่อแม่พี่น้องลุงป้าในขบวน”

หลังจากโดนคดี MBK39 ผมถามหนูพลอยว่าจะไปร่วมกิจกรรมที่ราชดำเนินในคราวต่อไปไหม เธอบอกว่า “ขอดูลู่ทางก่อน”

การกระทำทุกอย่างมีต้นทุน และการทำกิจกรรมการเมืองมักมีต้นทุนสูงกว่าปกติ ไม่คุ้มค่า และไม่สมเหตุสมผลที่ใครจะโดนคดี

หนุ่มสาวในวัยเริ่มต้นชีวิตย่อมไม่อยากให้อนาคตต้องยุ่งยากเพราะคดีความพวกนั้น แต่พวกเขาและเธอก็มีความหวังอยากเห็นสังคมดีงาม จึงไม่ลดละแต่เดินหน้าต่ออย่างสุขุมรอบคอบมากขึ้น

“ขอปีนี้เรียนให้จบก่อน ยังอยากทำงานที่ได้อยู่กับประชาชน อยากเห็นสังคมดีขึ้น เรามีหลานก็ไม่อยากให้หลานมาเจอสังคมแย่ ๆ มาเจอคดีแบบเรา และเพื่อน ๆ พี่ ๆ”

ทุกครั้งที่พบเธอไม่ว่าจะในโลกออนไลน์ หรือออฟไลน์ ดูเหมือนหนูพลอยจะมีแต่ความสบายใจ และเสียงหัวเราะ แม้ว่าจริง ๆ แล้วเธอแบกรับความหนักอกหนักใจไว้แสนสาหัส

มนุษย์ที่ขาดพร่องและโชคร้ายมักได้รับสิ่งชดเชยบางอย่างเสมอ

ท่ามกลางความเครียดและแรงกดดันเกินพิกัดแบกรับของวัยหนุ่มสาว อารมณ์ขันและเสียงหัวเราะคือสิ่งที่หนูพลอยได้รับจากสวรรค์

และพวกเราก็ได้รับแบ่งปันจากเธอมาด้วยเช่นกัน

บล็อกของ โมโม่ MOMO

โมโม่ MOMO
ในนามของความเรียบร้อย รัฐใช้อำนาจปรามประชาชนให้อยู่ในความสงบ
โมโม่ MOMO
หากไม่มีสี...ไม่มีแผงเหล็กกั้นเราจะคิดอย่างไรต่อกัน ?ในความเป็นมนุษย์แท้จริงเราเท่ากันแต่คนที่ถูกทำให้ตายแม้ตายไปแล้ว ก็ยังไม่เท่าใครเหล่านั้นคนเป็น ส่งเสียงแทนคนตายแต่คนเป็น...แม้เสียงของตัวเองยังหดหาย
โมโม่ MOMO
เพราะความตายเกิดขึ้นอย่างผ
โมโม่ MOMO
ยอดแชร์ข้อเขียนเกี่ยวกับ "พี่จ๋า" มากมายจนน่าดีใจ คงช่วยให้พี่จ๋าคงขายของได้เยอะขึ้น
โมโม่ MOMO
Iผมรู้จัก “พี่อึ่ง” น้อยมาก หรือแทบจะเรียกว่าไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่หลายคนบอกว่าผมน่าจะได้คุยกับเธอ ซึ่งจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้คุยสักที
โมโม่ MOMO
ผมได้ยินชื่อเธอบ่อย ๆ จากมิตรสหายท่านหนึ่งที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แต่จินตนาการรูปร่างหน้าตาว่าคงจะตัวเล็ก ๆ น่ารัก โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์ท่านั้นมีน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยเธอมาก
โมโม่ MOMO
เป็นครั้งที่สองที่ผมได้คุยกับ “พี่จ๋า” เธอดูซูบผอมลงมากจากที่เราเจอกันครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา วันนั้นโดยไม่ทันตั้งตัวมีคนแนะนำ “นี่พี่จ๋า ที่โดนคดีผู้หญิงยิง ฮ. ไงครับ”
โมโม่ MOMO
ผมรู้จัก “จ่านิว” ผ่านสื่อต่าง ๆ ในฐานะนักกิจกรรมคนหนึ่งจำไม่ได้แล้วว่าเขาทำวีรกรรมอะไรต่ออะไรบ้าง ผมเห็นเขาห่าง ๆ ในงานสัมมนาวิชาการหลายครั้ง"ประชาไท" เคยเขียนแซวว่าเขาเป็น “นักกินฟรีในตำนาน” และเป็นนักศึกษาที่ไม่ค่อยเข้าเรียน