Skip to main content

ความเงียบได้กลับคืนสูบ้านท่าสูงบนอีกครั้งหลังจากงานสมัชชาประมงพื้นบ้านได้ผ่านไป ก็คงเหมือนลมทะเลที่พัดหอบเอาไอทะเลเข้าสู่ฝั่ง คงเหลือไว้แต่รูปภาพและความทรงจำที่ติดอยู่ในสมองของใครใครหลายคน ผมซึ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมงานนี้ตั้งแต่วันที่เตรียมงานจนวันสุดท้าย

          ภาพที่เห็นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวกับคำถามมากมายที่ตามมาว่า งานนี้มีไว้เพื่อ.......? 

         มันเป็นคำถามที่ผมสงสัยเรื่อยมาจนคำตอบของคำถามเหล่านั้นค่อยๆ คลายออกมาทีละนิดทีละนิด เริ่มจากภาพของผู้คนที่เตรียมงานกันอย่างแข็งขัน อดหลับอดนอน ทำงานกันจนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหงื่อของพวกเขาเหล่านั้นพรั่งพรูออกมาเหมือนสายน้ำที่กำลังกัดเซาะตะลิ่งให้พังมิปราน  มือสองข้างยังคงเต็มไปด้วยงานที่ได้รับมอบหมายจนหนักอึ้งราวกับแบกยอดเขาไว้ทั้งลูก

          แล้วอะไรที่ทำให้ผู้คนเหล่านั้นยอมทำในสิ่งที่ยากลำบากถึงเพียงนี้  ผมยังคงสงสัยและงุนงงว่า   แต่คำถามเหล่านั้นก็มีคำตอบในตัวมันเอง คำตอบของคำถามเหล่านั้นเริ่มเฉลยมาให้ผมได้เข้าใจทีละนิดๆ

           เริ่มตั้งแต่วันแรก ภาพของผู้คนที่ไม่ได้พบเจอกันมานานได้มีโอกาสได้พูดคุยกัน ถามถึงความเป็นอยู่ว่าเป็นยังไงกันบ้าง รอยยิ้มของคนเหล่านั้นได้ตราตรึงหัวใจของผู้ได้พบเห็นมันเป็นรอยยิ้มแห่งความปลื้มปิติและยินดี แต่พออ่านถึงตรงนี้ทุกคนอาจสงสัยว่า เพียงเท่านี้เหรอที่ยอมให้ผู้คนเหล่านั้นยอมเหน็ดเหนื่อย ถึงเพียงนั้นถ้าใช่แล้วมันจะต่างอะไรกับงานเลี้ยงรุ่นพบปะกันธรรมดาที่เราเห็นทั่วไป

        และเมื่อถึงวันสุดท้ายของงาน คำตอบทุกอย่างก็เฉลยทุกสิ่งให้ผมใด้เข้าใจทั้งหมด ภาพของผู้คนจำนวนมากมายที่หลั่งไหลมาจากทิศต่างๆ ที่อยู่ห่างไกลกันชนิดที่ว่าเดินไปหากันคงไหว ได้ออกมาบอกกับทุกคนถึงความเดือดร้อนที่พวกเค้าเหล่านั้นกำลังได้รับ มันคงไม่มากเกินไปที่พวกเค้าเหล่านั้นจะออกมาปกป้องสิ่งที่รักและห่วงแหนเพื่อลูกหลานของพวกเค้าเหล่านั้น 

          ผมเชื่อว่า "ด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นและศรัทธา" ของผู้คนเหล่านั้น จะส่งไปถึงหัวใจของใครหลายๆ คนที่รู้สึกห่วงแหนและรักถิ่นเกิดของตัวเอง รักทรัยากรธรรมชาติ ภาพสุดท้ายที่ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นนักสู้ของคนเหล่านั้นคือภาพของคนจำนวนมากที่เดินให้แดดที่ร้อนเหมือนจะกลืนกินผู้คนเหล่านั้นให้หายไปจากโลก ความร้อนที่แผดเผาผิวหนังให้ไหม้เกรียม แต่ถึงอย่างไรความร้อนก็มิอาจเผาไหม้ใจที่เชื่อมั่นของพวกเค้าได้

         และนี่ก็คงเพียงพอแล้วกับคำตอบที่ผมได้รับว่าทำไมผู้คนเหล่านั้นต้องยอมเหน็ดเหนื่อยกันถึงเพียงนี้ ขอขอบคุณทุกคนที่ได้มอบประสบกราณ์ที่ดีแก่ผมและขอเป็นหนึ่งกำลังใจ ที่จะร่วมกันสู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ : เต้เต้ซัง,ไอ้จี้ด

เรื่อง : เด็กวัดไร่ขิง (มวล.)

ป้าย : บังบ่าว (อาสาวลัยลักษณ์)

บล็อกของ คนไม่มีอะไร

คนไม่มีอะไร
          เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551 ถือว่าเป็นความโชคดีของชุมชนทับเขือ  และสมาชิกเครือข่ายองค์ชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง เนื่องจากมีแขกต่างเมืองมาเยือนถึงที่ หลายๆ คนอาจคาดไม่ถึง ว่าบุคคลท่านนี้มาถึงชุมชนเล็กๆ นี้ทำไม และหลายๆ คนก็กำลังคิดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน                คุณริคาร์โด คาร์เรเร (Ricardo Carrere)  เป็นคนประเทศอุรุกวัย  หน้าที่การงานในตอนนี้เป็นผู้ประสานเครือข่ายป่าไม้เขตร้อนระดับโลก องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 เป็นเวลานานถึง…
คนไม่มีอะไร
        เมื่อวันก่อน(13 ก.ค. 51)  ได้กลับไปเยียมถ้ำแห่งหนึ่ง ครั้งหนึ่งเราเคยมาสถานที่แห่งนี้เมื่อประมาณสามปีที่แล้ว สถานแห่งนี้เปลี่ยนไป สามปีก่อนป้ายชื่อของถ้ำธรรมดามาก มาในวันนี้ชื่อถ้ำสร้างด้วยปูน และที่สำคัญจำนวนคนที่มาเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้น บรรยากาศโดยรอบเป็นธรรมชาติมาก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนความตื่นเต้น และความสวยงามภายในถ้ำ      ถ้าใครได้มาที่นี้ก็จะต้องล่องธาราใต้พิภพ และก็จะสัมผัสกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็จะเกิดการผจญภัยแบบเล็กๆ ย้อยๆ สร้างความตื่นเต้นและเกิดความประทับใจไปในที่สุด จนกระทั้งเกิดความทรงจำนี้ตลอดไป  …
คนไม่มีอะไร
  ใครหลายๆ คนคงรู้จักภูเก็ตดี และก็มีอีกหลายๆ คนไม่เคยมาสัมผัสกับบรรยากาศกลิ่นไอทะเลของภูเก็ตเลย ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านเรามีโอกาสได้ลงไปเกาะยาวจังหวัดพังงา แต่ต้องขึ้นเรือที่ท่าเรือบางโรง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เลยทำได้แก่เก็บรูปมาฝาก                       
คนไม่มีอะไร
คนไม่มีอะไร
เป็นกิจกรรมที่เราช่วยกันสร้าง เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุข มีความทุกข์ แต่ก็อยากทำอะไรให้สังคมบ้าง ในฐานะเป็นหนึ่งในสังคม
คนไม่มีอะไร
ไม่ทราบว่าในโลกใบนี้มีคนเหมื่อนเราหรือเปล่า เพราะว่าการที่จะเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็มีอุปสรรค์เกิดขึ้นตลอด อย่างเช่นเรื่องบล็อก ทำอยู่สองวันแล้ว ไม่มีเครืองมือก็พยายามโหลดขึ้น พอมีแล้วอัพไม่ได้อีก บ้างทีก็ตลกตัวเอง บางที่ก็เศร้าเวลาโหลด พอเราคลิกไปดูผล ผลออกมามันยังไม่ขึ้นให้สักที่ เดี
คนไม่มีอะไร
ในระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายน 2551ประชาไทได้จัดอบรมสัมมนาสื่อภาคประชาชน ซึ่งฉันเชื่อว่าในการจัดอบรมในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ที่กำลังได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเล่านี้ไม่สามารถที่เพิ่งสื่อกระแสได้ จึงจัดการกระบวนการที่จะยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ในที่สุด ไม่มากก็น้อย