Skip to main content

ผมเชื่อว่า วันสงกรานต์สำหรับชาวไทยทุกคน รวมทั้งผมด้วย มันคือวันที่มีความสำคัญวันหนึ่ง ที่คนไทยทุกคนจะได้เล่นสาดน้ำ กันอย่างสนุกสนาน กับคนที่เรารัก ซึ่งวันสงกรานต์ของผมในทุกปี จะเป็นวันที่ผมกับลูก ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเล่นสาดน้ำด้วยกัน ในระแวกหมู่บ้านที่ผมอยู่ในขณะนั้น ที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี

สงกรานต์ปีสุดท้ายของผม ก่อนที่จะถูกจับเข้าไปในคุกนั้น เป็นสงกรานต์ปี 2552 ซึ่งปีนั้น ผมเล่นสงกรานต์ไม่สนุกเลย เพราะมีเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และแน่นอน เพื่อนผมกลุ่ม "แดงนนท์" หลายชีวิต อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

ปีนั้น ผมจำเป็นต้องทำหน้าที่พ่อ ที่จะต้องพาลูกออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ ในบริเวณรอบๆ หมู่บ้านอย่างเช่นทุกปี แต่ให้ตายเหอะ ผมไม่มีความสุขเลย จนลูกเองก็ยังเห็นผมผิดสังเกต และถามว่า "ทำไมป๊าไม่สนุกหรือ" เราก็ตอบลูกไปว่าใช่ เพราะ "เพื่อนป๊า อยู่ในที่ชุมนุมหลายคน และป๊าห่วงว่าเพื่อนจะไม่ปลอดภัย" นี่คือความรู้สึกต่อ "สงกรานต์เลือด" ในปี 2552 ที่ผมยังคงจำได้อยู่เสมอ

ใครจะไปรู้ว่านี่จะเป็น "สงกรานต์ครั้งสุดท้าย" ของเราสองคน

ผมถูกจับเข้าไปอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2553 ซึ่งเวลานั้น บรรยากาศภายในคุก กำลังคึกคัก ไปด้วยกลิ่นไอของเทศกาลสงกรานต์ พวกผู้ต้องขังที่อยู่มานานแล้ว ปรับตัวได้แล้ว ก็จะมีความสุข ดีใจ ที่จะได้เล่นสงกรานต์กัน ผมเองไม่รู้หรอกนะว่า มันจะมีความสุขได้ไง เพราะเวลานั้น ในใจคิดถึงแต่เรื่องประกันตัว แต่เพียงอย่างเดียว เพื่อออกไปหาลูก เสื้อผ้า ก็มีใส่ไปชุดเดียว ยังไม่มีใครมาเยี่ยม ยังไม่มีใครซื้อเสื้อผ้าให้ โชคดีที่ได้มาเจอ อ.เคทอง ที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ในเวลานั้น

ในระหว่างที่รอการประกันตัวอยู่นั้น เวลาในปฏิทิน ก็เดินไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน แล้วก็ถึงวันสงกรานต์ครั้งแรกในคุกของผมจริงๆ ซะที เชื่อมั้ย ถ้าถามคนที่อยู่ในคุก คงไม่มีใครตอบว่าชอบเล่นสกรานต์ในคุกหรอก ที่ไม่ชอบ เพราะมันเป็นวันหยุดยาว และไม่ใช่แค่สงกรานต์เท่านั้น วันหยุดอื่นๆ คนในคุกก็ไม่มีใครอยากจะให้มีด้วยซ้ำ

เหตุผลนะหรอ? ก็เพราะวันหยุด มันจะไม่ได้เจอญาติที่มาเยี่ยมนะสิ มันจะมีความสุขอะไร กับการอยู่ในคุก แล้วเจอแต่คนหน้าเดิมๆ และชีวิต วนเวียนอยู่แต่ในกำแพงสี่เหลี่ยมแบบนั้นตลอดเวลา

ก่อนจะถึงวันสงกรานต์ หรือเทศกาล ที่จะมีวันหยุดติดต่อกันหลายๆ วัน เช่นวันปีใหม่ ทางเรือนจำจะมีระเบียบในการจู่โจมเรือนนอน ตรวจค้นตามล็อคเกอร์ สถานที่ต่างๆ ภายในแดนผู้ต้องขัง เพื่อทำการตรวจค้น สิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะวัตถุที่จะใช้เป็นอาวุธได้ เช่นช้อนแสตนเลส เหล็กแหลม ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตการณ์ทะเลาะวิวาทกันในช่วงวันหยุดยาวๆ แต่ถึงแม้จะตรวจแล้ว มันก็ยังคงมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันทุกปี หนักบ้าง เบาบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ

กิจกรรมที่ทางเรือนจำจะจัดให้เราเป็นประจำในวันสงกรานต์ก็คือ ในตอนเช้า จะมีการยกองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่แต่ละแดนมีอยู่แล้ว มาวางไว้กลางลานสนามกีฬา จากนั้น ก็จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ เข้ามาภายในเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขัง ทำการใส่บาตร ด้วยอาหารแห้ง เท่าที่มี ดังนั้น ก่อนวันสงกรานต์ ผู้ต้องขังที่ใจบุญ ที่นับถือศาสนาพุทธ ก็จะมีการเตรียมของใส่บาตรกันเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น มาม่า ปลากระป๋อง นมแลคตาซอย เป็นต้น

ก่อนเคารพธงชาติ เวลา 8.00 น. ทางเรือนจำก็จะปล่อยให้พระสงฆ์ เดินเข้ามารับบิณฑบาตรจากผู้ต้องขังข้างใน จนครบทุกแดน กิจกรรมนี้ แรกๆ ผมว่ามันก็น่าตื่นเต้นนะ เพราะนานๆ ที่เราจะได้รับอนุญาตให้ออกไปเหยียบที่หน้าแดน สักครั้ง (หรือบางทีเราก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แอบเดินไปพบเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างแดนด้วยก็ได้) เพราะโดยปรกติแล้ว การเดินพ้นประตูแดน ออกมานั้น เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เลย

เมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้ว ผู้ต้องขังจะมาเตรียมเข้าแถวพร้อมๆ กันที่หน้าเสาธง จากนั้น ก็จะมีตัวแทนพระสงฆ์ สวดมนต์ กรวดน้ำ ให้พรเรา โดยผ่านเสียงตามสาย ในช่วงที่มีการสวดมนต์กันนั้น ก็จะเริ่มมีสงคราม "ถุงน้ำ" ระหว่างแดน เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ นั่นคือ จะมีถุงน้ำพลาสติก ที่ผู้ต้องขังพอจะหาได้ จากกองขยะ ใส่น้ำผูกหนังสติ๊ก โยนข้ามแดนกันไปมา พร้อมกับเสียงโห่ร้อง ด้วยความสนุกสนาน แต่ขอบอกว่า มันไม่ได้สนุกอย่างที่คิดหรอกนะ เพราะน้ำที่โยนข้ามมา มันจะมีอะไรข้างในบ้าง เราไม่มีทางรู้เลย ถ้าเป็นน้ำเปล่า ก็โชคดีไป บางครั้ง มีน้ำใส่น้ำแดง (ลงทุนหน่อย) น้ำปลา เอาน้ำปัสสาวะ หรือเอาข้าวบูดเน่าๆ โยนข้ามมา ก็ไม่มีใครไปห้ามได้ โดนหัวใคร ก็ถือว่าซวยกันไป เวลานี้ ต่อให้ใครก็ห้ามไม่ได้แล้ว หลังเคารพธงชาติ จึงเป็นสัญญาณบอกว่า "วันสงกรานต์ในคุก" ได้เริ่มต้นแล้วอย่างเป็นทางการ

img atc05a lek

อย่างที่บอกว่า สงกรานต์ สำหรับผู้ต้องขังมืออาชีพ คืออยู่กันมานาน เข้าออกคุกบ่อย จะถือเป็นวันแห่งความสนุกสนาน รื่นเริง แต่สำหรับผู้ต้องขังรายใหม่ๆ อย่างผมเนี๊ยะ ไม่มีความสุขเลยจริงๆ ผมเลือกที่จะแอบอยู่ในโรงเลี้ยง หรือโรงอาหาร เพื่อไม่ให้โดนสาดน้ำ ในวันหยุดยาวๆ แบบนี้ ทางเรือนจำมักจะปล่อยให้ผู้ต้องขังทำอะไรได้ตามอิสระ บางแดน จะมีการจัดแข่งกีฬากันภายใน เป็นที่สนุกสนาน ครึกครื้น บางก็ตั้งวงร้องเพลง ตีเกราะ เคาะถัง กันอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับผมแล้ว มันหนวกหูสุดๆ เพราะเดินไปทางไหน ก็จะได้ยินแต่เสียงเคาะถัง ร้องเพลง อื้ออึงไปหมด

ความจริง การเล่นน้ำในคุกเนี๊ยะ มันเล่นกันได้ไม่นานหรอกนะครับ ลองคิดดูสภาพละกัน พื้นที่ก็มีอยู่แค่นั้น วิ่งหนียังไงก็เจอกัน เปียกยังไงก็เปียกอย่างนั้น ไม่มีสาวๆ ให้ปะแป้ง มีแต่กระเทย ซึ่งจะไปปะกระเทย เดี๋ยวก็โดนเจ้าของเค้ากระทืบเอาอีก แต่จะว่าไปแล้ว วันสงกรานต์ นี่ถือเป็นวันของกระเทยเลยก็ได้นะ เพราะจะเนื้อหอมเป็นพิเศษ กระเทยหลายคน โดนล่า โดนยำ ปะแป้ง โดยลงบ่อน้ำ จนสะบักสะบอมไปก็มี แต่ส่วนใหญ่หล่อนน่าจะมีความสุข เพราะถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้ชาย โดยเฉพาะกระเทยหน้าตาดี แต่สำหรับกระเทยรากหญ้านี่ ไม่ได้โดนน้ำอย่างเดียว บางทีอาจโดนอะไรที่ใครๆ ก็ไม่อยากโดนก้เป็นได้ เดี๋ยวคงได้รู้กันว่าพวกหล่อนโดนอะไรในบรรทัดต่อไป

เมื่อน้ำสาดกันไปมา มันก็ได้แค่เปียก แล้วจะมีอะไรให้เล่นอีกละ ที่มันจะทำให้สะใจกว่านั้น ใช่แล้วครับ "ขยะ" นั่นเอง โดยเฉพาะเศษข้าว เศษอาหาร ที่เนาบูด อยู่ในถังท้ายแดน ที่รอเอาไปให้หมูกิน (เขาเรียกกันว่าข้าวหมู) นั่นแหละ เป็นสิ่งที่เขาจะเอามาเล่นในวันสงกรานต์ด้วย ความจริงแล้วตอนเข้าไปปีแรกๆ ผมเองคิดว่า มันจะมีแค่ปีเดียวที่เล่นกัน คิดว่าอาจเป็นความจังไรของผู้ต้องขังบางคนเท่านั้น แต่สงกรานต์ 4 ครั้งที่ผ่านมาของผมในคุก ยืนยันได้เลยว่า มันเอามาเล่นกันทุกปี

นึกออกมั้ยครับ เศษข้าวที่เริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวๆ บางครั้งราขึ้น กำลังเละๆ แล้วเนี๊ยะ เอามาปาใส่กัน เอามาทุ่มลงหัวกัน สภาพมันจะเป็นอย่างไร นึกแล้วก็ขนหัวลุกเลยจริงๆ แต่วันนั้น ฟรีสไตล์ครับ เอากันให้เต็มที่ ใครจะเล่นก็เล่น แต่ผมทำได้แค่เพียงหลบให้พ้นวิถีกระสุนก็พอ

บรรยากาศช่วงเช้า ก็ไม่มีอะไรมากอย่างที่เล่าไป คือสาดน้ำกันไปมา มีการตามล่าเหล่าเซเลป ในคุก โยนลงบ่ออาบน้ำ (ผมเพิ่งจะมาโดนล่าโยนลงบ่อ ตอนปีสุดท้ายที่ย้ายมาอยู่แดน 1 เพราะถือเป็นเซเลปในคุกละ) ปะแป้ง เล่นแป้ง เล่นขี้ดิน และไฮไลท์ อยู่ตรงเอาข้าวหมูมาปาใส่กัน ผมยังคิดในใจเลยว่า โชคดีที่มันไม่เอา "อุนจิ" มาเล่นกัน นับว่ายังมีวัฒนธรรมที่ดีอยู่บ้าง อิอิ แค่คิดก็จะอ๊วกแล้วละครับ ว่่ามั้ย?

เวลาประมาณบ่ายสอง บ่ายสาม เราก็เตรียมอาบน้ำขึ้นเรือนนอนกัน เวลานี้ ส่วนใหญ่ทุกคนจะหยุดเล่นกันละ เพราะยังมีกิจกรรมที่จะทำกันต่อ ตอนขึ้นเรือนนอน ซึ่งสำหรับผมแล้วเวลานี้ เป็นช่วงที่ทรมานที่สุด ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ ที่ทำการตรวจค้นผู้ต้องขังก่อนขึ้นเรือนนอน จะมีการเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยจะไม่อนุญาตให้มีการนำเอา "ถังพลาสติก" ขึ้นไปบนเรือนนอน เพราะมันจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียงดัง ทุกคนจึงต้องหอบข้าวของ อาหารของตัวเองขึ้นไปโดยใช้ถุงพลาสติก แต่ถึงแม้จะห้ามยังไงก็ตาม ก็มิอาจหยุดยั้ง มหกรรม "มิวสิค เฟสติวัล" ตอนขึ้นเรือนนอนได้เลย

เวทีคอนเสิร์ต ในแต่ละห้องนอนของผู้ต้องขัง จะเริ่มบรรเลงทันทีที่มีการตรวจนับผู้ต้องขังในแต่ละห้องเสร็จ แล้วทำการ "ปิดขัง" เวลานี้หละ พระเจ้าช่วย ใครมีเสียงเท่าไหร่ ก็จะแหกปากกันออกมาเต็มที่ เคาะขวด เคาะฟูก เคาะถัง กันอย่างไม่เกรงใจใคร เรียกได้ว่าประชันกันไปมา ใครจะดูละคร ไม่ต้องดูละครับ เพราะมันจะไม่ได้ยินเสียงอะไร แม้แต่จะคุยกัน ยังฟังกันแทบไม่ได้ยินเลย เสียงอึกทึก ครึกโครม จากการร้องรำทำเพลงของผู้ต้องขัง จะดำเนินต่อไปจนกระทั่งประมาณเที่ยงคืน ก็จะหยุด ที่หยุด เพราะคงเหนื่อยกัน หรือร้องจนไม่มีเพลงจะให้ร้อง ก็ลองคิดดูละกันว่า จากสี่โมงเย็น จนถึงเที่ยงคืน มันจะร้องอะไรได้มากนักหนา ร้องซ้ำไปซ้ำมา จนหมดแรงไปเลย

สงกรานต์ ปีใหม่ เป็นเทศกาล แห่งการปลดปล่อยความเครียดของนักโทษเลยจริงๆ เพราะปกติ ลองใครทำเสียงดังแบบนี้ มีหวังโดนทำโทษแน่ๆ มันผิดระเบียบของทางเรือนจำ ซึ่งจะยกเว้นให้เฉพาะช่วงเทศกาลยาวๆ แบบนี้เท่านั้น

รุ่งเช้าของวันใหม่ เข้าสู่วันที่สองของเทศกาลสงกรานต์ ทุกอย่าง ก็จะดำเนินไปเหมือนวันแรกของเทศกาล มีการโยนถุงน้ำ เล่นข้าวหมู ร้องรำทำเพลง สงกรานต์ 3 วัน ก็จะวนเวียนกันอยู่แบบนี้ จะเบื่อก็เบื่อไม่ได้ จะไปเรียกร้องกับใครไม่ได้ว่าเราอยากอยู่แบบเงียบๆ ก็เลยต้องจำทน เพื่อให้วันสงกรานต์ที่น่าเบื่อ ผ่านเลยไปโดยเร็วที่สุด

วันสงกรานต์ในเรือนจำ จะถือเป็นวัน Big Cleaning Day ไปด้วย เพราะปกติ สถานที่ต่างๆ ภายในเรือนจำ จะไม่มีการทำความสะอาดใหญ่ๆ อยู่แล้ว แต่เพราะสงกรานต์ จะทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ เต็มไปด้วยน้ำ ที่ผู้ต้องขังใช้เล่นกัน ดังนั้น ในเย็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ทางเจ้าหน้าที่ จะสั่งให้ผู้ต้องขังในแต่ละกองงาน ทำการทำความสะอาดกันครั้งยิ่งใหญ่ เรียกได้ว่า 1 ปีมีหนเดียว ก็วันสงกรานต์ที่แหละ

ผมเชื่อว่า "คนคุก" ไม่มีใครอยากเล่นสงกรานต์ในคุกหรอก เพราะมันไม่สนุก หลายคนทำใจให้สนุก ทำใจให้มีความสุข เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ คิดถึงการเล่นสงกรานต์กับคนข้างนอกมากกว่า ผมเองก็คิดถึงคนข้างนอกเหมือนกันในเวลานั้น "ไอ้ลิงน้อยของผม.. จะไปเล่นสงกรานต์กับใครกันนะ?"

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับทุกท่าน ^^

ที่มา: http://noomrednon.com/index.php/articles/prisoner-life/76-songkran-inmate

บล็อกของ หนุ่มเรดนนท์

หนุ่มเรดนนท์
วันนี้เมื่อ 7 ปีก่อน เป็นวันที่ คสช.
หนุ่มเรดนนท์
ช่วงนี้ ได้เห็นเพื่อนๆ หลายคน ได้โพสต์เรื่องราว เกี่ยวกับ "ตูน - ธเนตร อนันตวงษ์" ผู้ต้องหารายล่าสุด ที่โดน คสช.
หนุ่มเรดนนท์
หลังจากข้ามพ้นดินแดนบ้านเกิดมาแล้ว พวกเราก็ใช้ชีวิตในแบบนักท่องเที่ยวทั่วไป เราเช่าห้องพักเล็กๆ ราคาถูก อยู่กันชั่วคราว เพื่อตั้งหลักที่จะคิดทำอะไรกันต่อ ตอนนั้น ทุกคนต่างมี
หนุ่มเรดนนท์
"ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ" ผมหันหน้ามองไปที่ประตูห้องที่ผมพักอยู่ พลางคิดในใจว่า "อะไรมันจะมาเร็วกันขนาดนั้นนะ" ผมถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง แล้วเดินไปตามเสียงนั้น ค่อยๆ เปิดประตูออก ด
หนุ่มเรดนนท์
 
หนุ่มเรดนนท์
“ถ้าผมรู้ว่าอากงจะจากไปเร็วอย่างนี้ ผมคงจะดูแลอากงให้ดีกว่านี้” ผมยังจำได้ไม่มีวันลืม เพราะคำพูดนี้ ผมได้พูดกับทนายอานนท์ นำภ
หนุ่มเรดนนท์
นับจากที่ผมได้เข้ามอบตัวต่อศาลอาญารัชดา เพื่อต้องการที่จะต่อสู้คดีตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2555 จนถึงตอนนี้ก็ย่างเข้าเดือนที่ 11 และผมก็ได้ขอยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีตามสิทธิขั้นพื้นฐานรวมแล้วก็ 6 ครั้ง และได้รับการ
หนุ่มเรดนนท์
เป็น เดือนที่ 5 แล้วสำหรับการใช้ชีวิตในเรือนจำแห่งนี้ของผม หลังจากที่ครบ 4 เดือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้นับเป็นสัปดาห์ที่สำคัญที่สุดสัปดาห์หนึ่งของการเมืองไทย โดยเฉพาะผู้ต้องขังเสื้อแดง เพราะรัฐบาลที่มีพรรคเพ
หนุ่มเรดนนท์
ผมเขียนเรื่องนี้มาตั้งแต่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเพื่อนในเรือนจำคนหนึ่ง ซึ่งถูกพี่ชายแท้ๆ แจ้งจับในคดีร้ายแรงคดีหนึ่ง บทความนี้ จะเกี่ยวข้องกับบทคว