Skip to main content

การวิเคราะห์ปรับปรุงเกระบวนการระงับข้อพิพาทของบรรดาผู้บริโภคในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ยืนยันว่าระบบสามารถใช้เพื่อทำการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้บริโภคจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution - ADR) ที่ได้รับการรับรองจากสาธารณะให้เป็นมากกว่ากลไกการระงับข้อพิพาทในบั้นปลาย เนื่องจากสามารถรองรับผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่กระทั่งสามารถบริหารจัดการความขัดแย้งในตลาดดิจิทัลแทนที่บทบาทของศาล   การเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงาน ADR ในฐานะตัวกลางผู้ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ผ่านวิธีการทางเทคโนโลยี ทั้งยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบในบริบทของการพัฒนาตลาดดิจิทัลที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรปและที่อื่น ๆ เพื่อค้นหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ที่สามารถนำไปสร้างกฎระเบียบและการออกแบบนโยบายและกระบวนการแก้ไขผู้บริโภค

เมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคและผู้ค้าขึ้น มักเกิดความลังเลที่จะใช้กระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการเพื่อแก้ไขข้อพิพาท เนื่องจากราคาค่าเสียหายมักมีขนาดเล็กน้อย เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีที่มีต้นทุนสูง ทั้งใช้เวลานาน รวมไปถึงความตึงเครียดของกลไกศาล จากความซับซ้อนของกระบวนการศาลและคําแนะนําทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจนเนื่องจากตัวแทนทางกฎหมายไม่สามารถรับรองผู้บริโภคเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการตัดสินซึ่งต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายทางกฎหมายโดยไม่รับประกันว่าจะได้รับการแก้ไข เป็นผลให้หลายองค์กรรวมถึงสหภาพยุโรปและรัฐบาลแห่งชาติ ได้ตัดสินใจที่จะลงทุนและส่งเสริมตัวเลือกการแก้ไขนอกศาล การระงับข้อพิพาททางเลือก (ADR) มักเป็นตัวเลือกที่ต้องการสำหรับข้อพิพาทส่วนใหญ่ เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาที่ไม่เป็นทางการในลักษณะที่เป็นอิสระ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลที่ข้อพิพาทของผู้บริโภคจํานวนมากได้รับการจัดการโดยตรงจากโครงการระงับข้อพิพาททางเลือก (ADR) ซึ่งสามารถแทนที่บริบทของศาล ในฐานะผู้ให้บริการในการแก้ไขหลักในด้านต่าง ๆ เช่นในเรื่องการเงินและสาธารณูปโภค  

ระบบการระงับข้อพิพาททางเลือกสำหรับผู้บริโภค Consumer ADR (CADR)  มีความแตกต่างจากกระบวนการระงับข้อพิพาทนอกศาลแบบดั้งเดิมที่ใช้ระหว่างฝ่ายการค้าเช่นกระบวนการอนุญาโตตุลาการและการไกล่เกลี่ยเชิงพาณิชย์ ที่มักจะนําเสนอตัวเองเป็นทางเลือกเดียวสำหรับผู้บริโภคในการค้นหาการแก้ไขในลักษณะที่คุ้มค่าและสมส่วน โดยไม่ต้องใช้การบังคับโดยอำนาจศาล  ในระบบ Consumer ADR (CADR) ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้รับคําแนะนําทางกฎหมายก่อนที่จะติดต่อเพื่อรับบริการระงับข้อพิพาท แต่ใช้วิธีการกรองกรณีตามเกณฑ์การมีสิทธิ์ (Diagnosis Stage that Filters Cases Based on Eligibility Criteria) กระบวนการระงับข้อพิพาทนอกศาลแบบดั้งเดิม (ADR) เชิงพาณิชย์มักจะดําเนินการโดยเอกชน และการตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นความลับ แต่ Consumer ADR (CADR) มักจะดําเนินการโดยหน่วยงานกํากับดูแลสาธารณะ หรือมีลักษณะใกล้เคียง  เช่น องค์กรกึ่งตุลาการ (Quasi-Judicial Body) หรือองค์กรอิสระภายใต้การกำกับของรัฐ (Regulator)

ปัจจุบันประมาณครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคในสหภาพยุโรป ซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการซื้อออนไลน์ กลับไม่ค่อยได้รับการแก้ไขในศาล เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเข้าสู่กระบวนการ มีราสูงกว่ามูลค่าของทรัพย์ที่เป็นมูลเหตุของข้อพิพาท โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีอยู่ในเขตอํานาจศาลที่แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้วิธีการระงับข้อพิพาทแบบเผชิญหน้าเพื่อแก้ไขข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัลนี้ไม้ได้รับความนิยม เนื่องจากใช้เวลานาน และมีราคาแพง เมื่อต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขัดแย้งข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากการซื้อสินค้าราคาต่ำ 

อินเทอร์เน็ตได้ทำให้ผู้บริโภคด้วยรู้เท่าทันถึงสิทธิ และข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์ของพวกเขา  ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ข้อมูลเหล่านี้ มักมีให้เฉพาะพวกเขาผ่านผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ความคาดหวังของผู้บริโภคถูกโอนย้ายมายังช่องทางออนไลน์ คือ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของผู้บริโภคส่วนใหญ่ถูกทำผ่านสื่อสารทางไกลบางอย่าง บนพื้นฐานเช่นเดียวกับอีเมลและการสื่อสารทางโทรศัพท์ เพื่อจัดการกับข้อสงสัยของผู้บริโภค และเป็นช่องทางในการร้องเรียน กระบวนการระงับข้อพิพาทที่อนุญาตให้สื่อสารทางไกลนี้เรียกว่า Online Dispute Resolution (ODR) ซี่งหมายถึง กลไกการแก้ไขผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้วิธีการสื่อสารทางไกลบางอย่าง  สิ่งเหล่านี้อาจเป็นพื้นฐานเช่นเดียวกับอีเมลและการสื่อสารทางโทรศัพท์เพื่อจัดการกับข้อสงสัยของผู้บริโภคและแง่มุมต่าง ๆ ของการร้องเรียน เทคโนโลยี ODR นี้ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของขั้นตอนการแก้ไขระงับข้อพิพาทแบบดั้งเดิม ให้สามารถรองรับ หรือเปลี่ยนบทบาทของบุคคลที่สามในฐานะคนกลาง เช่นการเจรจากับผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรงผ่านซอฟต์แวร์ที่ ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญในฐานะผู้อํานวยความสะดวกในการจัดการและแลกเปลี่ยนข้อมูล

การแก้ไขระงับข้อพิพาทของผู้บริโภคจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเสริมด้วยแรงจูงใจ ที่กระตุ้นให้ฝ่ายต่าง ๆ มีส่วนร่วมในกระบวนการระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยจะทำให้สามารถตกลงชําระตามข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่ายตั้งแต่เนิ่น ๆ  และสร้างมาตรฐานการรับประกันถึงผลของการบังคับใช้ผลสุดท้าย (Final Outcomes)  ทั้งยังเรียกร้องให้มีแนวทางการจัดการ ในรูปแบบองค์รวมเพิ่มมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทของผู้บริโภค ผ่านเทคนิค CADR โดยการใช้เทคโนโลยีและตัวเลือกอื่น ๆ รวมไปถึง ศาล, หน่วยงานกำกับดูแล, และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสาธารณะ เพื่อป้องกันข้อพิพาทและสร้างคุ้มครองแก่ผู้บริโภค

การระงับข้อพิพาทางเลือกออนไลน์ (ODR) นี้แตกหน่อมาจากการระงับข้อพิพาทนอกชั้นศาลโดยทั่วไป โดยใช้ประโยชน์จากความเร็วและความสะดวกสบายของอินเทอร์เน็ต ทําให้ ODR กลายมาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด (และอาจจะเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับข้อพิพาทข้ามเขตอำนาจศาลของสองรัฐขึ้นไป) สำหรับการให้บริการแก้ไขข้อข้องใจของผู้บริโภคเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจในอีคอมเมิร์ซที่เชื่อถือได้มากขึ้น เนื่องจากตัวกลางที่เป็นแพลตฟอร์มอยู่ในสถานะที่สืบสาวหาหลักฐานและบังคับเอากับผู้ซื้อผู้ขายได้จริงมากกว่ารัฐที่อยู่ภายนอกระบบตลาดออนไลน์

อ้างอิง
Cortés Pablo, The Law of Consumer Redress in an Evolving Digital Market: Upgrading from Alternative to Online Dispute Resolution (Cambridge, New York: Cambridge University Press, 2017): 10.


*ค้นคว้าและเรียบเรียงร่วมกับ ภานุพงศ์ จือเหลียง, กฤษดนัย เทพณรงค์. ในงานวิจัยเรื่อง ทบทวนพรมแดนความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านนิติบัญญัติในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, 2565. สนับสนุนโดยสถาบันพระปกเกล้า

บล็อกของ ทศพล ทรรศนพรรณ

ทศพล ทรรศนพรรณ
การพัฒนาสิทธิแรงงานรับจ้างอิสระ (Freelancer) ต้องยึดโยงกับหลักกฎหมายสำคัญเรื่องการประกันสิทธิของแรงงานอันมีสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน (Human Rights-Based Approach – HRBA) ไว้ เพื่อเป็นรากฐานทางกฎหมายในการอ้างสิทธิและเสนอให้ภาครัฐสร้างมาตรการบังคับตามสิทธิอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การประกันรายได้รูปแบบ
ทศพล ทรรศนพรรณ
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของปัจเจกชนจากการเก็บข้อมูลและประมวลผลโดยบรรษัทเอกชนจำต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามมาตรฐานที่กำหนดหน้าที่ของผู้ควบคุมระบบตามกฎหมายด้วย เนื่องจากบุคคลหรือกลุ่มองค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลในหลายรูปแบบ อาทิ การให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพปั
ทศพล ทรรศนพรรณ
บุคคลแต่ละคนย่อมมีทุนที่แตกต่างกันไปทั้ง ทุนความรู้ ทุนทางเศรษฐกิจ ทำให้การตัดสินใจนั้นตั้งอยู่บนข้อจำกัดของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยี ขาดความรู้ทางการเงิน ไปจนถึงขาดการตระหนักรู้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพตนเองและผู้อื่นในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้นรัฐไทยยังมีนโยบายที่มิได้วางอยู่บนพื้นฐานข
ทศพล ทรรศนพรรณ
บทบัญญัติกฎหมายที่ใช้เป็นรากฐานในการอ้างสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น จะพบว่ารัฐไทยได้วางบรรทัดฐานทางกฎหมายที่รับสิทธิของประชาชนในการรวมกลุ่มกันเพื่อแสดงออกในประเด็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นจากหลักการพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่องสิทธิม
ทศพล ทรรศนพรรณ
เทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่เข้ามามีอิทธิพลแทบจะทุกมิติของชีวิต ส่งผลให้พฤติกรรมด้านการปฏิสัมพันธ์ของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มีประชาชนจำนวนมากที่ใช้เทคโนโลยีในการหา “คู่” หรือแสวง “รัก” ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการกระทำความผิดที่เรียกว่า Romance Scam หรือ “พิศวาสอาชญากรรม”&
ทศพล ทรรศนพรรณ
เมื่อถามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนว่าอยากเห็นสังคมไทยเป็นเช่นไรในประเด็นการมีส่วนร่วมต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ หรือมีความคาดหวังให้รัฐไทยปรับปรุงอะไรเพื่อส่งเสริมการพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของกลุ่มเสี่ยง   นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในไทยได้ฉายภาพความฝัน ออกมาดังต่อไปนี้
ทศพล ทรรศนพรรณ
นักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้คร่ำหวอดอยู่ในสนามมายาวนานได้วิเคราะห์สถานการณ์การคุกคามผ่านประสบการณ์ของตนและเครือข่ายแล้วแสดงทัศนะออกมาในหลากหลายมุมมอง ดังนี้
ทศพล ทรรศนพรรณ
สถานการณ์ในด้านสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศนั้น มีความสัมพันธ์กับหลายปัจจัยที่อาจเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาการละเมิดต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนภายในประเทศที่เกิดจากข้อค้นพบจากกรณีศึกษา มีปัจจัยดังต่อไปนี้1. สถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริบทภายในประเทศ
ทศพล ทรรศนพรรณ
บทวิเคราะห์ที่ได้จากการถอดบทสัมภาษณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชนมากประสบการณ์ ในหลากหลายภูมิภาคไปจนถึงความแตกต่างของการทำงานกับกลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาสิทธิแตกต่างกันไป   เป็นที่ชัดเจนว่าเขาเหล่านั้นมีชีวิตและอยู่ในวัฒนธรรมแตกต่างไปจากมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและนิติรัฐที่ปรากฏในสังคมตะวันตก ซึ่งสะ
ทศพล ทรรศนพรรณ
การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้ถูกรับรองไว้โดยพันธกรณีระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ให้ความสำคัญประกอบจนก่อให้เกิดอนุสัญญาเฉพาะสำหรับกลุ่มเสี่ยงนั้น ๆ ประกอบไปด้วย สตรี, เด็ก, เชื้อชาติ และ แรงงานอพยพ รวมถึง ผู้พิการ โดยกลุ่มเสี่ยงมีสิทธิที่ถูกระบุไว้ในปฏิญญาว่าด้วย
ทศพล ทรรศนพรรณ
แนวทางในการสร้างนโยบาย กฎหมาย และกลไกเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนจากการสอดส่องโดยรัฐมาจาการทบทวนมาตรฐานและแนวทางตามมาตรฐานสากลเพื่อสร้างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายครอบคลุม 2 ประเด็นหลัก คือ
ทศพล ทรรศนพรรณ
ต้นปี 2563 หลังจากการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ บรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองไทยที่ถูกกดไว้มาตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 2557 ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เกิดการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองเพื่อต่อต้านรัฐบาลกระจายไปทั่วทุกจังหวัดในรัฐไทย จุดสำคัญและเป็นเรื่องที่ไม่ปรากฏขึ้นมาก่อนในหน้าประว